เอาความรักฉันคืนมา
TH
#เมื่อใดแลเหล่ามนุษย์ผู้ถือตนว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ
รูปโปรไฟล์
0:41 / 3:28
ขณิกสมาธิ อุปจารสมาธิ อัปปนาสมาธิ #ทางพ้นโลก#ในพระสูตรบอกว่าอาโลโกอุทะปาทิแสงสว่างเกิดขึ้น
การดู 24 ครั้ง 19 ก.ค. 2020 #ข้ามเข้ามาทวนเข้ามาถึงจิตแท้ถึงวิญญาณธาตุธาตุรู้แท้ๆแล้วธรรมธา …
3
ไม่ชอบ
แชร์
คลิป
บันทึก
pornpimon tungmepol
ผู้ติดตาม 925 คน
ความคิดเห็น
3
ความเบื่อหน่ายก็ตั้งลงมั่นลําดับนั้นจิตก็หลุดพ้น
เพิ่มความคิดเห็น...
17:41
กำลังเล่น
ผู้ปลดเปลื้องเครื่องพันธนาการ#จากเทวโลกมาเกิดเป็นมนุษย์#ได้บรรลุความสิ้นอาสวะ#เกาะที่น้ำท่วมไม่ถึง
การบรรลุมรรคผลของมนุษย์
การดู 49 ครั้ง 1 ปีที่แล้ว
1:25:49
กำลังเล่น
พระพุทธองค์แสดงการพิจารณาธาตุ๖ต่อพระเจ้าปุกุสาติ (พระอาจารย์สมบัติ นันทิโก)
รัตนะนาถะ (R T)
การดู 3.4 หมื่น ครั้ง 6 ปีที่แล้ว
3:40
กำลังเล่น
น้ำลงเดือนยี่ - รุ่งเพชร แหลมสิงห์
Nititad AOA Official
การดู 8.1 แสน ครั้ง 6 ปีที่แล้ว
7:08
กำลังเล่น
การสำเร็จมรรคผล#อานิสงค์แห่งจิตการสํารวมใจ#เวลากราบพระพุทธรูปให้รู้สึกเหมือนเรากำลังกราบพระพุทธเจ้า
pornpimon tungmepol
การดู 50 ครั้ง 3 เดือนที่ผ่านมา
4:17
กำลังเล่น
การสำเร็จมรรคผล #ทุกครั้งที่เราพูดกับคนอื่น#พลังทางจิตของเราจะเสียไป#วิมุตติความหลุดพ้น
pornpimon tungmepol
การดู 127 ครั้ง 2 เดือนที่ผ่านมา
5:18
กำลังเล่น
วิมุตติความหลุดพ้น#เกาะที่น้ำท่วมไม่ถึง#จิตอรหันต์
การบรรลุมรรคผลของมนุษย์
การดู 245 ครั้ง 2 ปีที่แล้ว
20:28
กำลังเล่น
Buddha Thus Have I Heard - 44 ดับขันธปรินิพพาน
hiphoplanla
การดู 1.6 แสน ครั้ง 10 ปีที่แล้ว
30:09
กำลังเล่น
วิมุตติทางหลุดพ้น#คาถาธรรมบทภาษาไทยฉบับสมบูรณ์#ความไม่ประมาทเป็นทางเครื่องถึงอมตนิพพาน#ความประมาท
pornpimon tungmepol
การดู 174 ครั้ง 1 เดือนที่ผ่านมา
6:41
กำลังเล่น
พุทธัง สรนัง คัจฉามิ#เมื่อใดแลเหล่ามนุษย์ผู้ถือตนว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ
ผู้มีกระแสในเบื้องบน
การดู 34 ครั้ง 11 เดือนที่ผ่านมา
7:36
กำลังเล่น
เพลง พาหุงแปล
sailom Isara
การดู 5 ล้าน ครั้ง 11 ปีที่แล้ว
1:30:43
กำลังเล่น
พระสูตรเรื่องธนิยสูตร คนมีโคย่อมทุกข์เพราะโค (พ.อ สมบัติ นันทิโก)
รัตนะนาถะ (R T)
การดู 7.5 หมื่น ครั้ง 7 ปีที่แล้ว
18:41
กำลังเล่น
พญ.อมรา มลิลา "อุปจารสมาธิ/อัปปนาสมาธิคืออย่างไร"
อําแดงแป้น
การดู 1.3 พัน ครั้ง 1 ปีที่แล้ว
6:41
กำลังเล่น
การสำรวมจิตย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวง#วันหนึ่งเราจะตามพระพุทธเจ้าของเราไป#ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าเลยไป
pornpimon tungmepol
การดู 63 ครั้ง 7 เดือนที่ผ่านมา
23:38
กำลังเล่น
นิพพานของพระโสดาบัน#ทุกครั้งที่เราพูดกับคนอื่น#พลังทางจิตของเราจะเสียไป#ความบริสุทธิ์หลุดพ้น
pornpimon tungmepol
การดู 84 ครั้ง 4 เดือนที่ผ่านมา
1:57
กำลังเล่น
วิมุตติทางหลุดพ้น#ศาสนาพุทธสอนให้เราเรียนรู้ตัวเอง#สิ่งที่เรียกว่าตัวเราคือกายกับใจ
pornpimon tungmepol
การดู 108 ครั้ง 2 เดือนที่ผ่านมา
23:38
กำลังเล่น
มหาสติปัฏฐานสูตร
pornpimon tungmepol
การดู 51 ครั้ง 4 เดือนที่ผ่านมา
13:59
กำลังเล่น
ทางบรรลุมรรคผล#ที่สุดของโลก#วิมุตติความหลุดพ้น#แนวทางบรรลุธรรม
pornpimon tungmepol
การดู 42 ครั้ง 4 เดือนที่ผ่านมา
40:06
กำลังเล่น
อยากเป็นพระโสดาบัน :: หลวงพ่อปราโมทย์ 23 ก.พ. 2562 (ไฟล์ 620223B ซีดี 80)
Dhamma.com
การดู 9.7 หมื่น ครั้ง 3 ปีที่แล้ว
6:29
กำลังเล่น
เครื่องร้อยรัดอะไรทำให้ติดอยู่ในโลกวิธีแก้มีอะไรบ้าง คำสอนพระตถาคต โดยพระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล
พุทธวจน เศษฝุ่นปลายเล็บ
การดู 2.1 พัน ครั้ง 4 วันที่ผ่านมา
ใหม่
2:22:13
กำลังเล่น
คิริมานนทสูตร... พระยาธรรมมิกราช....
Wedprasit Kaewlee
การดู 7.2 หมื่น ครั้ง 1 ปีที่แล้ว
ความคิดเห็น 3 รายการ
ความเบื่อหน่ายก็ตั้งลงมั่นลําดับนั้นจิตก็หลุดพ้น
เพิ่มความคิดเห็น...
ความเบื่อหน่ายก็ตั้งลงมั่นลําดับนั้นจิตก็หลุดพ้น
ความเบื่อหน่ายก็ตั้งลงมั่นลําดับนั้นจิตก็หลุดพ้น
0 วินาทีที่ผ่านมา
#สุกฺขวิปสฺสโก #เตวิชฺโช #ฉฬภิญฺโญ #ปฏิสมฺภิทปฺปตฺโต#อุตุนิยาม (physical laws) คือ กฎธรรมชาติเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ เช่น อุณหภูมิ #ดินฟ้าอากาศ สิ่งแวดล้อม#พีชนิยาม (biological laws) คือ กฎธรรมชาติที่เกี่ยวกับพันธุกรรม กระบวนการถ่ายทอดข้อมูลของสิ่งมีชีวิตทั้งพืช สัตว์ #เชื้อโรค ผ่านการสืบพันธุ์#จิตนิยาม (psychic law) คือ กฎธรรมชาติเกี่ยวกับการทำงานของจิต เจตสิก#กรรมนิยาม (Karmic Laws) คือ กฎแห่งกรรม #คือกฎแห่งการกระทำและผลของการกระทำ#ธรรมนิยาม (General Laws) อันได้แก่กฎไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
#เวลาที่เราภาวนาพละ(๕) มันจะรวมกำลังขึ้นมาเป็นหนึ่ง รวมเข้ามาที่จิตนี่เองเป็นกำลังหนุน กำลังเสริม
#จนกระทั่งจิตตั้งมั่นเด่นดวงขึ้นมาเวลาที่อริยมรรคเกิดสมาธิเต็ม กำลังเต็มศีล สมาธิ ปัญญา เต็มคุณงามความดีนั้นเต็ม
#ในขณะนั้นก็จะเกิดพลังงานที่มหาศาลอาสวกิเลสที่ห่อหุ้มจิตเอาไว้มันจะถูกแหวกออกไป ขาดสะบั้นออกไป
#ใครรู้สึกว่าจิตมีเปลือกบ้างลองยกมือซินี่เห็นเปลือกของมันแล้วรู้สึกไหมเหมือนติดคุกอยู่รู้สึกไหมว่าทุกข์
#แค่เห็นอย่างนี้คือเห็นทุกข์แล้วนะเราจะรู้เลย จิตเราไม่มีความสุขจิตเราไม่อิสระ จิตเราติดคุกอยู่เปลือกนี้แตกตอนที่อริยมรรคเกิด
#ไม่มีวิธีอื่นที่เปลือกนี้จะแตกได้เลยมีแต่ตอนที่เกิดอริยมรรค ๔ ครั้งโสดาปัตติมรรค สกิทาคามีมรรคอนาคามีมรรค อรหัตตมรรค
#ตอนที่เกิดมรรคนี่สิ่งที่ห่อหุ้มตัวผู้รู้อยู่ จะแตกออกจิตที่เป็นอิสระ ที่เป็นธาตุรู้ จะเป็นอิสระขึ้นมา สว่างไสวขึ้นมา
#ในพระสูตรบอกว่า อาโลโก อุทะปาทิแสงสว่างเกิดขึ้นทีนี้ บางท่าน บางองค์ในขณะที่เกิดอริยมรรค
#มีความสุขเกิดร่วมด้วยที่หลวงปู่ดูลย์เรียกว่า จิตยิ้มฉะนั้น จิตยิ้มนี่เกิดกับบางคนนะบางคนจิตไม่ยิ้ม จิตแค่อมยิ้มเฉยๆ
#บางคนจิตยิ้มอย่างแรงเลยจิตสงบ สันติ อันนั้นเป็นอุเบกขาบางท่าน บางองค์ จิตยิ้มเบิกบานขึ้นมาอันนั้นจิตมีโสมนัส
#เพราะฉะนั้น ตอนที่บรรลุอริยมรรคมีเวทนา ๒ ชนิด คือมีโสมนัสหรือมีความสุข กับมีอุเบกขาเกิดได้ทั้ง ๒ แบบ เกิดชั่วขณะจิตเดียว
#ถัดจากอริยมรรคที่แหวกสิ่งที่ห่อหุ้มจิตอยู่ ขาดสะบั้นลงไป
อริยผลจะเกิดขึ้น”
1
pornpimon tungmepol
pornpimon tungmepol
1 เดือนที่ผ่านมา
#ศาสนาพุทธสอนให้เราเรียนรู้ตัวเอง#สิ่งที่เรียกว่าตัวเราคือกายกับใจ #ท่านสอนว่าถ้าเรารักสิ่งใด#เราจะทุกข์เพราะสิ่งนั้น#ถ้าเรามีสติคอยรู้ทันจิตใจของเราอยู่เรื่อยๆ#กิเลสครอบงำจิตไม่ได้ไม่ผิดศีลหรอก#วันใดที่จิตมันเดินปัญญาแก่รอบถึงขนาดนี้แล้วจิตมันจะรวมเข้าอัปปนาสมาธิรวมเองนะ #ให้มันรู้ไปเลยว่าเราเป็นลูกพระพุทธเจ้า#มีภาษิตว่าความเพียรของมนุษย์เทวดาก็กีดกันไม่ได้#ก็หมายความว่าพุทธศาสนาไม่ให้ยอมแพ้แก่โชคชะตา#ให้ใช้ความเพียรพยายามด้วยปัญญา#แล้วจะเอาชนะโชคชะตาได้๏เราต้องการผลก็ต้องทำเหตุ
#วิมุตติความหลุดพ้น#ผู้มีร่างกายสุดท้าย#การเจริญมรณสติเพื่อความสิ้นอาสวะ#อารมณ์พระอรหันต์#มหาปรินิพพานสูตรและพระสาวกภาษิต#เวลาที่เราภาวนาพละ๕มันจะรวมกำลังขึ้นมาเป็นหนึ่ง #รวมเข้ามาที่จิตนี่เองเป็นกำลังหนุนกำลังเสริมจนกระทั่งจิตตั้งมั่นเด่นดวงขึ้นมา#เวลาที่อริยมรรคเกิดสมาธิเต็มกำลังเต็มศีลสมาธิปัญญาเต็ม#คุณงามความดีนั้นเต็มในขณะนั้นก็จะเกิดพลังงานที่มหาศาล
#อาสวกิเลสที่ห่อหุ้มจิตเอาไว้มันจะถูกแหวกออกไปขาดสะบั้นออกไป#ใครรู้สึกว่าจิตมีเปลือกบ้างลองยกมือซินี่เห็นเปลือกของมันแล้วรู้สึกไหมเหมือนติดคุกอยู่#รู้สึกไหมว่าทุกข์แค่เห็นอย่างนี้คือเห็นทุกข์แล้วนะเราจะรู้เลยจิตเราไม่มีความสุข#จิตเราไม่อิสระจิตเราติดคุกอยู่เปลือกนี้แตกตอนที่อริยมรรคเกิด#ไม่มีวิธีอื่นที่เปลือกนี้จะแตกได้เลยมีแต่ตอนที่เกิดอริยมรรค๔ครั้ง#โสดาปัตติมรรค #สกิทาคามีมรรค#อนาคามีมรรค#อรหัตตมรรค#ตอนที่เกิดมรรคนี่สิ่งที่ห่อหุ้มตัวผู้รู้อยู่จะแตกออก#จิตที่เป็นอิสระที่เป็นธาตุรู้จะเป็นอิสระขึ้นมาสว่างไสวขึ้นมา#ในพระสูตรบอกว่าอาโลโกอุทะปาทิแสงสว่างเกิดขึ้น#ทีนี้บางท่านบางองค์ในขณะที่เกิดอริยมรรค
มีความสุขเกิดร่วมด้วย#ที่หลวงปู่ดูลย์เรียกว่าจิตยิ้มฉะนั้นจิตยิ้มนี่เกิดกับบางคนนะบางคนจิตไม่ยิ้ม#จิตแค่อมยิ้มเฉยๆ
#บางคนจิตยิ้มอย่างแรงเลยจิตสงบสันติอันนั้นเป็นอุเบกขา#บางท่านบางองค์จิตยิ้มเบิกบานขึ้นมาอันนั้นจิตมีโสมนัส
#เพราะฉะนั้นตอนที่บรรลุอริยมรรคมีเวทนา๒ชนิดคือมีโสมนัสหรือมีความสุขกับมีอุเบกขา#เกิดได้ทั้ง๒แบบเกิดชั่วขณะจิตเดียว
#ถัดจากอริยมรรคที่แหวกสิ่งที่ห่อหุ้มจิตอยู่ขาดสะบั้นลงไปอริยผลจะเกิด
#เราต้องนึกถึงความตายอยู่ตลอดเวลา#เราไม่ลืมความตาย#พวกเราถือศีล5ก็พอแล้วศีล5ไว้ก่อนแล้วก็เชื่อกรรมเชื่อผลของกรรมอย่าเชื่ออะไรซึ่งไม่มีเหตุมีผล ชาวพุทธเราต้องมีเหตุมีผล#ถัดจากนั้นพยายามมาเรียนรู้ความจริงตรงไหนบ้างที่เรารู้สึกว่ามันคือตัวของเราดูลงไปตรงนั้นเลย#จิตหมดความปรุงแต่ง#ทางไม่เกิด#ถ้าหลุดออกจากกามภพนะก็เข้าไปรูปภพหรือว่ารูปภูมิก็คือเข้าไปสงบอยู่กับการรู้รูปเช่นรู้ลมหายใจ #จิตไม่เอาแล้วโลกข้างนอกอารมณ์ทางตาหูจมูกลิ้นกาย ไม่เห็นจะมีสาระอะไร จิตมารวมลงที่อารมณ์ภายในอันเดียวอาจจะมารู้ลมหายใจอยู่อันเดียว รู้ร่างกายอยู่อันเดียว มาเพ่งรูปอยู่อันเดียวเพ่งดวงกสิณ ดวงนิมิตอยู่อันเดียว จิตเพ่งรูปอยู่เรียกว่ารูปภูมิถ้าจิตไม่อยู่ในกามภูมิ ไม่อยู่ในรูปภูมิ จิตก็ต้องเข้า อรูปภูมิ
ทิ้งรูปไปแล้วไปอยู่กับนามธรรม เช่นไปอยู่กับความว่าง จิตอยู่ในความว่าง อยู่กับความไม่มีอะไรเลยเพราะงั้นที่เค้าสอนภาวนา บางคนสอนภาวนาให้ไปอยู่ในความว่าง อันนั้นเพี้ยนนะ ไม่ใช่ทางของพระพุทธเจ้า มันก็เป็นอรูปภูมิ เป็นภูมิอีกภูมิหนึ่ง เป็นภพอีกภพหนึ่งเท่านั้นเอง
1
สุกฺขวิปสฺสโก เตวิชฺโช ฉฬภิญฺโญ ปฏิสมฺภิทปฺปตฺโต
สุกฺขวิปสฺสโก เตวิชฺโช ฉฬภิญฺโญ ปฏิสมฺภิทปฺปตฺโต
1 เดือนที่ผ่านมา
#จิตหมดความปรุงแต่ง#ทางไม่เกิด#ถ้าหลุดออกจากกามภพนะก็เข้าไปรูปภพหรือว่ารูปภูมิก็คือเข้าไปสงบอยู่กับการรู้รูปเช่นรู้ลมหายใจ #จิตไม่เอาแล้วโลกข้างนอกอารมณ์ทางตาหูจมูกลิ้นกาย ไม่เห็นจะมีสาระอะไร จิตมารวมลงที่อารมณ์ภายในอันเดียวอาจจะมารู้ลมหายใจอยู่อันเดียว รู้ร่างกายอยู่อันเดียว มาเพ่งรูปอยู่อันเดียวเพ่งดวงกสิณ ดวงนิมิตอยู่อันเดียว จิตเพ่งรูปอยู่เรียกว่ารูปภูมิถ้าจิตไม่อยู่ในกามภูมิ ไม่อยู่ในรูปภูมิ จิตก็ต้องเข้า อรูปภูมิ
ทิ้งรูปไปแล้วไปอยู่กับนามธรรม เช่นไปอยู่กับความว่าง จิตอยู่ในความว่าง อยู่กับความไม่มีอะไรเลยเพราะงั้นที่เค้าสอนภาวนา บางคนสอนภาวนาให้ไปอยู่ในความว่าง อันนั้นเพี้ยนนะ ไม่ใช่ทางของพระพุทธเจ้า มันก็เป็นอรูปภูมิ เป็นภูมิอีกภูมิหนึ่ง เป็นภพอีกภพหนึ่งเท่านั้นเอง
งั้นถ้าสติปัญญาเราพอนะ เรารู้เลยจิตมันแส่ส่ายออกทางตาหูจมูกลิ้นกายมีแต่ทุกข์
จิตไม่แส่ส่าย พอจิตไม่แส่ส่ายจิตก็หลุดออกจากกามภูมิ เข้ารูปภูมิหรืออรูปภูมิ เข้าเองเลย
เพราะงั้นพวกเราหัดเจริญสติไปเรื่อย พอศีลสมาธิปัญญา สติสมาธิปัญญาแก่รอบนะ
จิตจะหมดความหลงไหลรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะทั้งหลายมาดึงดูดจิตไหลไปไม่ได้แล้ว
อย่างน้อยก็ชั่วขณะ ชั่วขณะเท่านั้นแหละ
ถ้าจิตมันตั้งมั่นรู้ไหลออกไปแล้วทุกข์ ก็ตั้งเด่นดวงอยู่ จิตก็เข้าฌานอัตโนมัติ
เพราะงั้นถึงเราจะเจริญสติเจริญปัญญาโดยเข้าฌานไม่เป็น
ถึงนาทีสุดท้ายที่จะเกิดอริยมรรคอริยผลในทุกขั้นตอน
ตั้งแต่โสดาปัตติมรรคจนถึงอรหัตมรรคเนี่ย จิตจะเข้าฌานของเค้าเอง
ยกเว้นคนซึ่งเดินปัญญาอยู่ในฌาน เวลาที่จะเกิดอริยมรรคไม่ต้องถอยออกมาอยู่ในโลกก่อนนะ
ไม่ต้องกลับมาอยู่กามภูมิก่อนนะ จิตเค้าจะตัดอยู่ข้างในได้เลย นี่เป็นพวกหนึ่ง
แต่รวมความก็คืออริยมรรคไม่เกิดอยู่ในจิตที่อยู่ในกามอย่างพวกเรา
อริยมรรคจะต้องเกิดอยู่ในรูปภูมิหรืออรูปภูมินะ จะเกิดอยู่ตรงนั้น ไปล้างกันตรงนั้น
จิตจะเข้าฌานอัตโนมัติ พอจิตเข้าฌานแล้วคราวนี้สติระลึกรู้อยู่ที่จิตนะ
ไม่ได้เจตนาระลึก มันรู้เอง เพราะมันไม่แส่ส่ายออกไปที่ตาหูจมูกลิ้นกายใจ
ไม่แส่ส่ายไปในความคิด ก็หยุดลงที่จิตดวงเดียว สติหยั่งลงที่จิต จิตตั้งมั่นอยู่ที่จิต
เพราะงั้นสมาธินี่เต็มสมบูรณ์แล้ว ตั้งมั่นอยู่ที่จิต สติสมบูรณ์แล้ว ระลึกอยู่ที่จิต
ปัญญาสมบูรณ์แล้ว เห็นความเป็นจริงทุกสิ่งที่อย่างที่เคลื่อนไหวอยู่ในจิตนะ
ตรงนี้แหละจิตจะไหวตัวขึ้นมาสองสามขณะ คือปรุงขึ้นมานะแต่ไม่รู้ว่าคิดอะไร
#ไม่รู้ว่าปรุงอะไร มีความปรุงแต่งเกิดขึ้นแต่ไม่รู้ว่าปรุงอะไร
#จะเห็นแต่ว่าสิ่งบางสิ่งเกิดขึ้นแล้วสิ่งนั้นดับไป จะเห็นอย่างนี้เอง เห็นเอง
ถัดจากนั้นนะจิตจะรู้เลยมันไม่มีสาระอะไร จิตมันจืดนะ มันไม่เอาอีกแล้ว
#ก็แค่เห็นความปรุงภายในจิตผุดขึ้น พอเห็นความปรุงภายในจิตผุดขึ้นสองสามขณะ
ความเห็นกลางอย่างแท้จริงเลย รู้อย่างเป็นกลางอย่างแท้จริงไม่ปรุงต่อนะ จิตจะวาง
#พอมันวางแล้วมันจะทวนกระแสเข้าหาธาตุรู้ วางจิตแล้วทวนกระแสเข้าหาธาตุรู้
ธาตุรู้ก็จิตนั่นแหละ มันเป็นจิตอีกอย่างหนึ่ง
พอจิตดวงเก่ามันดับไป จิตที่อยู่ในภพภูมิต่างๆมันดับไป
#ธาตุรู้ไม่ใช่พระนิพพานนะ แต่ธาตุรู้ไปเห็นพระนิพพาน ต้องแยกให้ออก
มันยังทวนไม่ถึงธาตุรู้ ไม่ใช่ปุถุชน ไม่ใช่พระอริยะ
#ทำไมไม่ใช่ปุถุชน เพราะมันปล่อยขันธ์แล้ว ขันธ์สุดท้ายที่มันปล่อยก็คือจิต
1
สุกฺขวิปสฺสโก เตวิชฺโช ฉฬภิญฺโญ ปฏิสมฺภิทปฺปตฺโต
สุกฺขวิปสฺสโก เตวิชฺโช ฉฬภิญฺโญ ปฏิสมฺภิทปฺปตฺโต
1 เดือนที่ผ่านมา
#ความสิ้นทุกข์#อารมณ์พระอรหันต์#มหาปรินิพพานสูตรและพระสาวกภาษิต#การเจริญมรณสติเพื่อความสิ้นอาสวะ#อารมณ์พระอรหันต์#มหาปรินิพพานสูตรและพระสาวกภาษิต#เวลาที่เราภาวนาพละ๕มันจะรวมกำลังขึ้นมาเป็นหนึ่ง #รวมเข้ามาที่จิตนี่เองเป็นกำลังหนุนกำลังเสริมจนกระทั่งจิตตั้งมั่นเด่นดวงขึ้นมา#เวลาที่อริยมรรคเกิดสมาธิเต็มกำลังเต็มศีลสมาธิปัญญาเต็ม#คุณงามความดีนั้นเต็มในขณะนั้นก็จะเกิดพลังงานที่มหาศาล#อาสวกิเลสที่ห่อหุ้มจิตเอาไว้มันจะถูกแหวกออกไปขาดสะบั้นออกไป#ใครรู้สึกว่าจิตมีเปลือกบ้างลองยกมือซินี่เห็นเปลือกของมันแล้วรู้สึกไหมเหมือนติดคุกอยู่#รู้สึกไหมว่าทุกข์แค่เห็นอย่างนี้คือเห็นทุกข์แล้วนะเราจะรู้เลยจิตเราไม่มีความสุข#จิตเราไม่อิสระจิตเราติดคุกอยู่เปลือกนี้แตกตอนที่อริยมรรคเกิด#ไม่มีวิธีอื่นที่เปลือกนี้จะแตกได้เลยมีแต่ตอนที่เกิดอริยมรรค๔ครั้ง#โสดาปัตติมรรค #สกิทาคามีมรรค#อนาคามีมรรค#อรหัตตมรรค#ตอนที่เกิดมรรคนี่สิ่งที่ห่อหุ้มตัวผู้รู้อยู่จะแตกออก#จิตที่เป็นอิสระที่เป็นธาตุรู้จะเป็นอิสระขึ้นมาสว่างไสวขึ้นมา#ในพระสูตรบอกว่าอาโลโกอุทะปาทิแสงสว่างเกิดขึ้น#ทีนี้บางท่านบางองค์ในขณะที่เกิดอริยมรรค
มีความสุขเกิดร่วมด้วย#ที่หลวงปู่ดูลย์เรียกว่าจิตยิ้มฉะนั้นจิตยิ้มนี่เกิดกับบางคนนะบางคนจิตไม่ยิ้ม#จิตแค่อมยิ้มเฉยๆ
#บางคนจิตยิ้มอย่างแรงเลยจิตสงบสันติอันนั้นเป็นอุเบกขา#บางท่านบางองค์จิตยิ้มเบิกบานขึ้นมาอันนั้นจิตมีโสมนัส
#เพราะฉะนั้นตอนที่บรรลุอริยมรรคมีเวทนา๒ชนิดคือมีโสมนัสหรือมีความสุขกับมีอุเบกขา#เกิดได้ทั้ง๒แบบเกิดชั่วขณะจิตเดียว
#ถัดจากอริยมรรคที่แหวกสิ่งที่ห่อหุ้มจิตอยู่ขาดสะบั้นลงไปอริยผลจะเกิด
#เราต้องนึกถึงความตายอยู่ตลอดเวลา#เราไม่ลืมความตาย#พวกเราถือศีล5ก็พอแล้วศีล5ไว้ก่อนแล้วก็เชื่อกรรมเชื่อผลของกรรมอย่าเชื่ออะไรซึ่งไม่มีเหตุมีผล ชาวพุทธเราต้องมีเหตุมีผล#ถัดจากนั้นพยายามมาเรียนรู้ความจริงตรงไหนบ้างที่เรารู้สึกว่ามันคือตัวของเราดูลงไปตรงนั้นเลย
1
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น