บทความ

การสำรวมจิตย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวง#วันหนึ่งเราจะตามพระพุทธเจ้าของเราไป#ข้...

รูปภาพ
#ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าเลยไปหนึ่งอสงไขยแสนกัปแต่กัปนี้ไป#ข้าพระองค์หมอบลงที่ใกล้พระบาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่าอโนมทัสสี #ปรารถนาเห็นพระองค์#เราทราบความเป็นจริงข้อนี้#เราทำความสงบเงียบสนิทอยู่ในภาวะแห่งความไ­ม่มีอะไรในขณะนั้นพวกเรากำลังเดินอยู่แล้วในทางแห่งพระพุทธเ­จ้าทั้งหลายโดยแท้จริง #ดังนั้นเราควรเจริญจิตให้หยุดอยู่บนความไม่มีอะไร­เลยทั้งสิ้น#เราฝึกไปจนกระทั่งใจเข้าสู่ความเป็นกลางเป็นกลางและบุญบารมีทั้งหลายเราก็สะสมของเราไป#เวลาวัดการปฏิบัตินะว่าดีหรือไม่นี่เราไม่ได้วัดเป็นรายวันเราจะวัดคล้ายคล้าย เกรดเฉลี่ยเกรดเฉลี่ย#คือจิตใจของเราจะเติบโตขึ้นไปเรื่อยเรื่อย #จิตใจที่เข้มแข็งเติบโตขึ้นมาเนี่ยเมื่อมันมีบารมีมากขึ้นนะ#มันสะสมมาจากการสร้างความดีนานาชนิดนะเป็นพลังของจิต #บางคนเจริญสติอย่างเดียวนะความดีอื่นไม่เอาเลย#เจริญสติเจริญปัญญาอย่างเดียวเรื่องอื่นไม่เอาเลยนะ#เรื่องศีลเรื่องอะไรไม่เอาทั้งนั้นเลยพวกนี้จิตไม่มีพลัง อย่างมีสมาธิบางคนก็ทำสมาธิเจริญปัญญา ศีลไม่รักษา จิตจะไม่มีพลัง และพลังของจิตตัวนี้มันเป็นมวลรวม เป็นพลังรวมจากความดีทุกทุกอย่างที่สะสมไว้ เรียกว่าบารมีต่างๆพ...

เปิดตาที่สาม และต่อมพิเนียล โดย ดร.โจ ดิสเพนซ่า

รูปภาพ
มรรค ผล คือสภาวะของการบรรลุธรรมที่แน่นอน ที่แน่นอนก็เพราะว่าจิตมันจะ transform ไปสู่สภาวะใหม่ที่ไม่มีวันกลับไปเหมือนเดิมได้ การเข้ามรรค ไม่ยากนัก โดยเฉพาะโสดาปัตติมรรค จริงๆ การเข้าโสดาเป็นแค่การเริ่มประจักษ์แจ้งว่าสิ่งทั้งปวงไม่เป็นตนจริง ๆ ต้องเรียกว่าดับสักกายทิฏฐิ สักกายทิฏฐิคือมีทัศนคติ หรือมีความเห็นว่า สิ่งนั้นเป็นตน สิ่งนี้เป็นตน นั่นคือสักกายทิฏฐิเป็นเรื่องของความคิดเห็นในทัศนคติ แต่ถ้าดับความคิดเห็นตัวนี้ได้สนิทแน่นอน ไม่มีวันกำเริบอีก บรรลุธรรมแล้ว ทันทีที่ดับได้หนึ่งตัว ดับตัวนี้ได้แน่นอน เข้ามรรค ถ้าจะเข้าผล ก็จะต้องละวิจิกิจฉา ความลังเลสงสัยในความบริสุทธิ์ ในพระนิพพาน ในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พอละความลังเลสงสัยได้ ศรัทธาจะเต็ม ศรัทธาจะเต็มเปี่ยมมาก พอศรัทธาเต็มเปี่ยมแล้วเอาศรัทธานี่แหละมา calibrate วิถีชีวิตของเราให้อยู่ในครรลองธรรม ทันทีที่ได้สองตัวนี้ต่อเนื่องมาอีก ก็เข้าผล เป็นโสดาปัตติผล ทีนี้ในทุกขั้นตอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขั้นตอนแรกของการเกิดมรรค กับขั้นตอนของผล ทั้ง 3 ทั้ง 4 คือโสดา สกทา อนาคา อรหัตผล จะไม่ใช่เฉพาะการ transform ทางจิตใจเท่านั้น จะมีการปรับเปลี่ยนท...

Sri Ramana Maharshi Full Life Story Documentary ( English )

รูปภาพ
#จิตยอมรับความจริงว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเสมอกันหมดใจที่ภาวนามาถึงจุดนี้จะรู้สึกโลกนี้ราบเป็นหน้ากลอง #สมาธิที่เกิดพร้อมกันกับอริยะมรรคจิต#จิตยอมรับความจริงว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเสมอกันหมดใจที่ภาวนามาถึงจุดนี้จะรู้สึกโลกนี้ราบเป็นหน้ากลอง #ถัดจากนั้นกระบวนการเกิดอริยมรรคถึงจะเกิดขึ้นก็จะมีตั้งแต่อนุโลมญาณสัจจานุโลมิกญาณโคตรภูญาณมัคคญาณผลญาณปัจจเวกขณญาณในกระบวนการที่เกิดอริยมรรคก็มีตั้งแต่อนุโลมญาณโคตรภูญาณมัคคญาณผลญาณอยู่ในกระบวนการที่จะเกิดอริยมรรค#กระบวนการนี้จบแล้วยังจะเกิดญาณตัวที่สิบหกปัจจเวกขณญาณทวนเข้าไปพิจารณาว่าตอนที่เกิดอริยมรรคนั้นล้างกิเลสอะไรไปบ้างกิเลสอะไรยังไม่ล้างจะทวนเข้าไปดูก็รู้ว่างานยังไม่เสร็จถ้างานเสร็จแล้วก็ทวนเข้าไปดูเห็นความเสร็จแล้วจิตจะไปพิจารณานิพพานได้แล้วไปทำความรู้แจ้งในตัวนิโรธ

สนทนาธรรม เรื่อง ผลสมาบัติและนิโรธสมาบัติ

รูปภาพ
ผลสมาบัติวิถี การเข้าผลสมาบัติ เป็นการเข้าอยู่ในอารมณ์พระนิพพาน ที่ได้มาจากอริยผล ญาณ อันบังเกิดแล้วแก่ตน เพื่อเสวยโลกุตตรสุข ซึ่งเป็นความสงบสุขที่พึงเห็น ประจักษ์ได้ในปัจจุบัน พระนิพพาน ที่เป็นอารมณ์ของผลสมาบัตินั้นมีชื่อ ๓ ชื่อหรือมี ๓ อาการคือ ๑. อนิมิตตนิพพาน หมายถึงว่า ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่มัคคผลนั้น เพราะเห็นความ ไม่เที่ยง อันปราศจากนิมิตเครื่องหมาย คือ อนิจจัง โดยบุญญาธิการแต่ปางก่อน แรงด้วยสีล เมื่อเข้าผลสมาบัติก็คงมีอนิมิตตนิพพาน เป็นอารมณ์ ๒. อัปปณิหิตนิพพาน หมายถึงว่า ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่มัคคผลนั้น เพราะเห็นความ ทนอยู่ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนแปรไป อันหาเป็น ปณิธิ ที่ตั้งไม่ได้ คือทุกขัง โดยบุญญาธิ การแต่ปางก่อนแรงด้วยสมาธิ เมื่อเข้าผลสมาบัติ ก็คงมี อัปปณิหิตนิพพาน เป็น อารมณ์ ๓. สุญญตนิพพาน หมายถึงว่า ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่มัคคผลนั้น เพราะเห็นความ ไม่ใช่ตัวตน บังคับบัญชาไม่ได้ อันเป็นความว่างเปล่า คืออนัตตา โดยบุญญาธิการ แต่ปางก่อนแรงด้วยปัญญา เมื่อเข้าผลสมาบัติ ก็คงมี สุญญตนิพพาน เป็นอารมณ์ บุคคลที่เข้าผลสมาบัติได้ต้องเป็นพระอ...

วิมุตติความหลุดพ้น#ฟังธรรมให้บรรลุมรรคผล#สิ้นเสียงสิ้นกรรมธรรมบรรลุ

รูปภาพ
ปริจเฉทที่ ๔ วิถีสังคหวิภาค หน้าที่ : 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81 82 83 84 85 86 87 88 89 90 91 92 93 94 95 96 ค้นหาหัวข้อธรรม ละความชั่วทั้งปวง ทำแต่ความดี ทำจิตใจให้ใสบริสุทธิ์... ผลสมาบัติวิถี การเข้าผลสมาบัติ เป็นการเข้าอยู่ในอารมณ์พระนิพพาน ที่ได้มาจากอริยผล ญาณ อันบังเกิดแล้วแก่ตน เพื่อเสวยโลกุตตรสุข ซึ่งเป็นความสงบสุขที่พึงเห็น ประจักษ์ได้ในปัจจุบัน พระนิพพาน ที่เป็นอารมณ์ของผลสมาบัตินั้นมีชื่อ ๓ ชื่อหรือมี ๓ อาการคือ ๑. อนิมิตตนิพพาน หมายถึงว่า ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่มัคคผลนั้น เพราะเห็นความ ไม่เที่ยง อันปราศจากนิมิตเครื่องหมาย คือ อนิจจัง โดยบุญญาธิการแต่ปางก่อน แรงด้วยสีล เมื่อเข้าผลสมาบัติก็คงมีอนิมิตตนิพพาน เป็นอารมณ์ ๒. อัปปณิหิตนิพพาน หมายถึงว่า ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่มัคคผลนั้น เพราะเห็นความ ทนอยู่ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนแปรไป อันหาเป็น ปณ...

วิมุตติความหลุดพ้น#ฟังธรรมให้บรรลุมรรคผล#สิ้นเสียงสิ้นกรรมธรรมบรรลุ

รูปภาพ
#ดูก่อนนายโจรทุกข์ทางใจย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่ห่วงใยในชีวิต#ความกลัวทั้งปวงอันเราผู้สิ้นสังโยชน์ล่วงพ้นได้แล้ว#เมื่อตัณหาเครื่องนำไปสู่ภพสิ้นไปแล้ว #ความกลัวตายในปัจจุบันมิได้มีด้วยประการใดประการหนึ่งเลย #ดุจบุรุษไม่กลัวความหนักเพราะวางภาระแล้วฉะนั้นพรหมจรรย์เราประพฤติดีแล้ว แม้ธรรมเราก็อบรมดี แล้ว เราไม่มีความกลัวตาย เหมือนบุคคลไม่กลัวโรค เพราะ โรคสิ้นไปแล้วฉะนั้น พรหมจรรย์เราประพฤติดีแล้ว แม้มรรคเราก็อบรมดี แล้ว ภพทั้งหลายอันไม่น่ายินดี เราได้เห็นแล้ว เหมือนคน ดื่มยาพิษแล้วบ้วนทิ้งฉะนั้น บุคคลผู้ถึงฝั่งแห่งภพ ไม่มีความถือมั่น ทำกิจเสร็จ แล้ว หมดอาสวะ ย่อมยินดี เพราะเหตุความสิ้นอายุ เหมือน บุคคลพ้นจากการถูกประหารฉะนั้น บุคคลผู้บรรลุธรรมอันสูงสุดแล้ว ไม่มีความต้องการ อะไรในโลกทั้งปวง ย่อมไม่เศร้าโศกในเวลาตาย ดุจบุคคล ออกจากเรือนที่ถูกไฟไหม้ฉะนั้น สิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งมีอยู่ในโลกนี้ก็ดี ภพที่สัตว์ได้อยู่ใน โลกนี้ก็ดี พระพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณใหญ่ได้ตรัสไว้ว่า สิ่งทั้งหมดนี้ไม่เป็นอิสระ ผู้ใดรู้แจ้งธรรมข้อนั้น เหมือนดัง ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ ผู้นั้นย่อมไม่ยึดถือภพไรๆ ดัง บุคคลไม่จับก้อนเหล็กแ...

จงตามเรามา 2023: มัทธิว 14; มาระโก 6; ยอห์น 5 -6: อย่ากลัวเลย

รูปภาพ
สิ่งใดอาจดลใจเปโตรให้ทิ้งความปลอดภัยของเรือที่อยู่กลางทะเลกาลิลีระหว่างเกิดพายุอันบ้าคลั่ง? อะไรนำเขาให้เชื่อว่าถ้าพระเยซูทรงสามารถเดินบนน้ำได้ เขาก็จะเดินได้? เราไม่รู้แน่ชัด แต่เปโตรอาจจะเข้าใจว่าพระบุตรของพระผู้เป็นเจ้าเสด็จมาไม่เพียงเพื่อทำสิ่งอัศจรรย์ให้ผู้คนเท่านั้นแต่ให้อำนาจคนอย่างเปโตรทำสิ่งอัศจรรย์เช่นกัน สุดท้ายแล้วพระดำรัสเชื้อเชิญของพระเยซูคือ “จงกลับมาติดตามเรา” (ลูกา 18:22) เปโตรเคยรับพระดำรัสเชื้อเชิญนี้แล้ว และเขายินดีรับอีกครั้ง แม้นั่นจะหมายความว่าเขาต้องเผชิญความกลัวและทำสิ่งที่ดูเหมือนจะเหลือวิสัย บางทีพระเจ้าจะไม่ขอให้เราก้าวลงจากเรือกลางพายุหรือบริจาคขนมปังเพียงน้อยนิดที่เรามีเมื่อหลายพันคนต้องการอาหาร แต่พระองค์อาจจะขอให้เรายอมรับคำแนะนำแม้เมื่อเราไม่เข้าใจถ่องแท้ ไม่ว่าพระดำรัสเชื้อเชิญจะเป็นอะไร บางครั้งอาจจะดูน่าประหลาดใจหรือน่าหวาดกลัว แต่ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นได้ถ้าเราจะตัดความกลัว ความสงสัย และความเข้าใจอันจำกัดของเราออกไปและทำตามพระองค์ด้วยศรัทธาเฉกเช่นเปโตร @user-hl1bg2ud4z