โอกาสพิเศษ#ความพ้นทุกข์#การบรรลุมรรคผลของมนุษย์
3
รูปโปรไฟล์
1:38 / 4:12
สัพพปาปัสสะ อกรณัง กุสลัสสูปสัมปทา สจิตตปริโยทปนัง#อย่าไปตัดไปเติมพระไตรปิฎก
การบรรลุมรรคผลของมนุษย์
ผู้ติดตาม 614 คน
ติดตามแล้ว
21
แชร์
ดาวน์โหลด
การดู 594 ครั้ง 16 ส.ค. 2020 สัพพปาปัสสะ อกรณัง กุสลัสสูปสัมปทา สจิตตปริโยทปนัง#อย่าไปตัดไปเติมพระไตรปิฎก
…
ความคิดเห็น
19
วีระศักดิ์ จิตรหาญ
น้อมกราบสาธุ.สาธุ.สาธุครับ.
25:16
กำลังเล่น
การสำเร็จมรรคผล#ทางบรรลุมรรคผล#การเกิดอริยมรรค#ทางโลกุตรธรรม#มรรคจิต๔ผลจิต๔นิพพาน๑#การเข้าถึงนิพพาน
การบรรลุมรรคผลของมนุษย์
การดู 54 ครั้ง
4 เดือนที่ผ่านมา
7:25
กำลังเล่น
หลวงพ่อคูณ - แสดงสด คอนเสิร์ตปิดทองหลังพระ(15ปี คาราบาว)
ลุงชัย ร้านชํา
การดู 8 หมื่น ครั้ง
2 ปีที่แล้ว
30:41
กำลังเล่น
ความยึดมั่นถือมั่น พาเกิด พาตาย หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
ธรรมะ วัดป่า
การดู 5.7 พัน ครั้ง
15 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ใหม่
8:35
กำลังเล่น
#เพื่อประชาชน ช่วง #พูดตรงประเด็น - วสันต์ หลังความตาย
ONUMA Channel
การดู 8 พัน ครั้ง
8 เดือนที่ผ่านมา
8:16
กำลังเล่น
8 ตัวตนแท้จริงของราชินีอังกฤษ
Abdulthaitube - อับดุลย์เอ๊ย ถามไรตอบได้!
การดู 1.3 แสน ครั้ง
2 ปีที่แล้ว
3:28
กำลังเล่น
เรามีเรา
Waen Thitima - Topic
การดู 6.2 แสน ครั้ง
2 ปีที่แล้ว
23:13
กำลังเล่น
ทางมรรคผลนิพพาน#จุติจากเทวโลกเกิดเป็นมนุษย์แล้วได้บรรลุความสิ้นอาสวะ#การเจริญสติเพื่อความสิ้นอาสวะ
การบรรลุมรรคผลของมนุษย์
การดู 78 ครั้ง
2 เดือนที่ผ่านมา
3:41
กำลังเล่น
วิธีการห่มจีวร แบบห่มมังกร ด้วยตนเอง
JAVES HOUSE
การดู 5.3 แสน ครั้ง
8 ปีที่แล้ว
28:45
กำลังเล่น
ทุกครั้งที่เราพูดกับคนอื่น#พลังทางจิตของเราจะเสียไป#ความบริสุทธิ์หลุดพ้น#เราไม่รีบเป็นพระอรหันต์
การบรรลุมรรคผลของมนุษย์
การดู 144 ครั้ง
2 เดือนที่ผ่านมา
6:00
กำลังเล่น
สวดพาหุงมหากา 1จบ พร้อมคำอ่าน [พุทธชัยมงคลคาถา] Chanting for Buddha | บทสวดมนต์ พระคาถา |หลวงพ่อจรัญ
The Solo Life 168
การดู 3.9 หมื่น ครั้ง
1 ปีที่แล้ว
7:47
กำลังเล่น
เรื่องของลุงพอใจ คนดีของสังคม
Khittisun Chaemdikawiwat
การดู 10 ล้าน ครั้ง
8 ปีที่แล้ว
6:41
กำลังเล่น
เลยไปหนึ่งอสงไขยข้าพระองค์หมอบลงที่ใกล้พระบาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า#จิตของเราจะรวมเข้ากับพระพุทธเจ้า
การบรรลุมรรคผลของมนุษย์
การดู 65 ครั้ง
1 เดือนที่ผ่านมา
59:54
กำลังเล่น
ผู้เห็นภัยในสังสารวัฏ#ผู้มีร่างกายสุดท้าย#เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไปด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบัน
การบรรลุมรรคผลของมนุษย์
การดู 100 ครั้ง
4 เดือนที่ผ่านมา
45:57
กำลังเล่น
สถานที่แสดง "อาทิตตปริยายสูตร" เขาพรหมโยนี คยาสีสะ Brahmayoni Hill, Gaya
P.Santipalo
การดู 2.2 แสน ครั้ง
4 ปีที่แล้ว
2:02
กำลังเล่น
(สวดมนต์แปลแบบสวนโมกข์ ธรรมสถานเจือด้วยบุญ) บทแผเมตตา
camera lens
การดู 49 ครั้ง
8 วันที่ผ่านมา
52:45
กำลังเล่น
บรรยากาศ ในกระต๊อบ กลางป่า
wat เดินป่า เดินเขา
การดู 2.3 หมื่น ครั้ง
สตรีมแล้วเมื่อ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
39:12
กำลังเล่น
การสำเร็จมรรคผล#ทางบรรลุมรรคผล#ท่านอาจารย์ปราณีสำเริงราชย์
การบรรลุมรรคผลของมนุษย์
การดู 86 ครั้ง
4 เดือนที่ผ่านมา
2:42
กำลังเล่น
"ทำไมถึงได้ชื่อว่าวัดดอยธรรมเจดีย์" หลวงตาพระมหาบัว เล่าถึงที่มาของการตั้งชื่อ "วัดดอยธรรมเจดีย์"
วัดป่าบ้านตาด วัดเกษรศีลคุณ
การดู 36 ครั้ง
12 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ใหม่
31:12
กำลังเล่น
ตา หู จมูก สิ้น กาย ใจ#คำสอนทางพุทธศาสนา#อมตมหานครนี้มีศีลเป็นกำแพงเมืองมีปัญญาเป็นหอรบอินทรีย์สังวร
การบรรลุมรรคผลของมนุษย์
การดู 78 ครั้ง
4 เดือนที่ผ่านมา
35:16
กำลังเล่น
พระองคุลิมาลเถระ อหิงสกะผู้กลับใจ
หลวงตา
การดู 1 หมื่น ครั้ง
9 เดือนที่ผ่านมา
แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็น 19 รายการ
สุกฺขวิปสฺสโก เตวิชฺโช ฉฬภิญฺโญ ปฏิสมฺภิทปฺปตฺโต
เพิ่มความคิดเห็น...
สุกฺขวิปสฺสโก เตวิชฺโช ฉฬภิญฺโญ ปฏิสมฺภิทปฺปตฺโต
สุกฺขวิปสฺสโก เตวิชฺโช ฉฬภิญฺโญ ปฏิสมฺภิทปฺปตฺโต
0 วินาทีที่ผ่านมา
#ความสำรวมทางหู เป็นคุณยังประโยชน์ให้สำเร็จ,
#ความสำรวมทางจมูก เป็นคุณยังประโยชน์ให้สำเร็จ,
#ความสำรวมทางลิ้น เป็นคุณยังประโยชน์ให้สำเร็จ,
#ความสำรวมทางกาย เป็นคุณยังประโยชน์ให้สำเร็จ,
#ความสำรวมทางวาจา เป็นคุณยังประโยชน์ให้สำเร็จ,
#ความสำรวมทางใจ เป็นคุณยังประโยชน์ให้สำเร็จ,
#ความสำรวมในทวารทั้งปวง เป็นคุณยังประโยชน์ให้สำเร็จ,
#ภิกษุผู้สำรวมแล้วในทวารทั้งปวง ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้.
ตอบกลับ
pathumma sirisawaengdee
pathumma sirisawaengdee
1 ปีที่แล้ว
น้อมจิตกราบสาธุธรรมเจ้าค่ะ
1
ตอบกลับ
วีระศักดิ์ จิตรหาญ
วีระศักดิ์ จิตรหาญ
1 ปีที่แล้ว
น้อมกราบสาธุ.สาธุ.สาธุครับ.
1
ตอบกลับ
pornpimon tungmepol
pornpimon tungmepol
6 วันที่ผ่านมา
คาถาธรรมบท ภาษาไทย ฉบับสมบูรณ์#ความไม่ประมาทเป็นทางเครื่องถึงอมตนิพพาน#ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย
ตอบกลับ
pornpimon tungmepol
pornpimon tungmepol
3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
บางครั้งพระพุทธเจ้าตอนท่านอายุเยอะขึ้นแล้ว
ท่านแสดงธรรมเช้า ตั้งแต่เช้ามามีธุระตลอดเลย
ตอนค่ำ ๆ ต้องแสดงธรรมให้พระฟังอีก
ตอนเย็น ๆ แสดงให้โยมฟัง เขาทำงานเสร็จแล้ว
เขาก็เข้ามาวัด มาฟังธรรม
ตอนค่ำ ๆ ท่านก็ต้องเทศน์ให้พระฟังอีก
แล้วตอนดึก ๆ คนอื่นนอนแล้ว พวกเทพก็จะมา
ไม่ใช่เรื่องประหลาด พวกเทพที่จะมาฟังธรรม
จะมาตอนดึก ๆ บางทีท่านนอนอยู่
หรือท่านภาวนาอยู่ บางทีท่านหลับอยู่ เขาจะมา
ท่านก็จะตื่น จิตท่านจะตื่น
กายท่านจะตื่นหรือเปล่าไม่รู้
แต่จิตนั้นแสดงธรรมได้
ท่านเหนื่อยมากตั้งแต่เช้า เช้ามืด
ทำงานตลอด เพราะเป็นพระพุทธเจ้า
เช้ามืดขึ้นมาท่านจะพิจารณาแล้ว
วันนี้ท่านจะไปสอนใคร จะสอนที่ไหน
จะสอนอย่างไร สอนแล้วจะได้ผลอย่างไร
ท่านจะพิจารณาก่อน ตอนออกไปบิณฑบาต
ท่านก็จะแวะไปสำนักโน้นสำนักนี้
ไปคุยกับปริพาชกคนนี้ ไปคุยกับฤๅษีคนนี้
หรือแวะไปโปรดฆราวาสญาติโยม
อย่างบางคนไปอาบน้ำในแม่น้ำอยู่
พระพุทธเจ้าก็ไปโปรด
คือท่านพิจารณาตั้งแต่เช้ามืดเลย
ในขณะที่พวกเรายังนอนไม่ตื่น
พระพุทธเจ้าทำงานแล้ว
ออกไปบิณฑบาตไม่ใช่ไปขอข้าวเขากินอย่างเดียว
ออกไปโปรดสัตว์จริง ๆ
ไปสงเคราะห์ว่าวันนี้ควรจะไปสงเคราะห์ใคร
บางคนยังไม่ควรจะได้ธรรมะตอนนี้
หมายถึงอินทรีย์ยังไม่แก่กล้า
ท่านไปให้โอกาสเขาได้ทำทาน เป็นการทำประโยชน์
กลับมาท่านฉันอะไรอย่างนี้
หลังจากนั้นก็รับแขกแล้ว เดี๋ยวคนโน้นมาคนนี้มา
ตกเย็น ๆ ญาติโยมก็เข้าวัดเยอะแยะ
ถัดจากนั้นก็สอนพระ ตรงที่สอนพระ
บางทีท่านเหนื่อยมากแล้ว
ร่างกาย ถึงท่านจะเป็นพระพุทธเจ้า
จิตท่านจะวิเศษวิโสแค่ไหน
แต่ร่างกายท่านมันก็คือธาตุขันธ์แบบเดียวกับพวกเรานี้
ไม่ได้ต่างกันหรอก
มันก็แก่ได้ เจ็บได้ ตายได้เหมือนกัน
ฉะนั้นท่านเหนื่อย ท่านก็จะใช้สาวก
เอ้า องค์นี้แสดงธรรมให้ที ท่านจะพักผ่อนแล้ว
ท่านจะต้องเอนหลังอะไรอย่างนี้ ก็ลงไปนอนพักข้าง ๆ
พระสารีบุตรบ้าง องค์โน้นองค์นี้ก็แสดงธรรมไป
พอแสดงธรรมจบแล้ว
พระพุทธเจ้าท่านก็ลุกขึ้นมาบอกว่าแสดงได้ดี
ถ้าให้ท่านเทศน์ ท่านก็เทศน์อย่างนี้ล่ะ
หรือบางวันท่านเห็นว่า ท่านมีสาวกที่เก่ง ๆ มาอยู่ด้วย
อย่างมีพระมหากัจจายนะมาอยู่ด้วยอย่างนี้
ท่านก็แสดงธรรมย่อ ๆ พูดไม่กี่คำ
บอกว่าวันนี้เราเหนื่อยแล้ว จะพัก
แล้วท่านก็พัก เข้ากุฏิท่านเลย
พระอื่น ๆ ก็ฟัง แล้วยังไม่เข้าใจ ยังไม่จุใจอะไรอย่างนี้
ไปถามพระมหากัจจายนะ
ท่านก็ขยายความให้ฟัง แจกแจงธรรมะให้ฟัง
เห็นไหมสาวกสอนไม่ใช่เรื่องธรรมดา
อย่าดูถูก โง่มาก ๆ เลยที่ดูถูกพระสาวก
พระสาวกสอนพระสาวกบรรลุพระอรหันต์อะไรต่ออะไร
มีเยอะแยะ หรือบรรลุโสดาบัน
พระสารีบุตรเก่งในการสอนพระสอนโยม
ให้บรรลุพระโสดาบัน
พระโมคคัลลานะเก่งในการสอนภิกษุด้วยกัน
หรือญาติโยมอะไรนี่ให้บรรลุพระอรหันต์
พระโมคคัลลานะสอนแล้วบรรลุพระอรหันต์ได้เยอะ
พระสารีบุตรสอนแล้วบรรลุโสดาบันได้เยอะ
ฟังแล้ว งงไหม เอ๊ะ ทำไม เป็นเอตทัคคะ
เป็นอัครสาวกฝ่ายขวามีปัญญามาก สอนได้โสดาบัน
สอนปุถุชนให้เป็นพระโสดาบันยากที่สุดเลย
ยิ่งกว่าต้อนควายขึ้นภูเขาอีก พร้อมจะแว้งเอา
ส่วนคนที่เป็นพระโสดาบันแล้ว อย่างไร ๆ
วันหนึ่งก็ต้องเป็นพระอรหันต์ มันง่ายกว่ากัน
เพราะฉะนั้นความยากที่สุดอยู่ในขั้นแรกนี้ล่ะ
1
ตอบกลับ
การเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า
การเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า
3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
#สิ่งนี้เกิดจากจิตที่นอบน้อมพระพุทธเจ้า#ขอขมาพระรัตนตรัย#หสิตุปาทจิต#เวลาที่จิตเกิดมรรคผลนั้นจิตจะรวม#ปรินิพพานมี๓คือกิเลสปรินิพพานการปรินิพพานแห่งกิเลส#ขันธปรินิพพานการปรินิพพานแห่งขันธ์ #ธาตุปรินิพพานการปรินิพพานแห่งธาตุบรรดาปรินิพพาน ๓ อย่างนั้น
กิเลสปรินิพพาน ได้มีที่โพธิบัลลังก์
ขันธปรินิพพาน ได้มีที่กรุงกุสินารา
ธาตุปรินิพพาน จักมีในอนาคต
จักมีอย่างไร คือครั้งนั้น ธาตุทั้งหลายที่ไม่ได้รับสักการะ และสัมมานะในที่นั้นๆ ก็ไปสู่ที่ๆ มีสักการะ และสัมมานะ ด้วยกำลังอธิษฐานของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย.
เมื่อกาลล่วงไป สักการะและสัมมานะก็ไม่มีในที่ทั้งปวง เวลาพระศาสนาเสื่อมลง พระธาตุทั้งหลายในตามพปัณณิทวีปนี้ จักประชุมกัน แล้วไปสู่มหาเจดีย์จากมหาเจดีย์ ไปสู่นาคเจดีย์ แต่นั้นจักไปสู่โพธิบัลลังก์ พระธาตุทั้งหลายจากนาคพิภพบ้าง จากเทวโลกบ้าง จากพรหมโลกบ้าง จักไปสู่โพธิบัลลังก์แห่งเดียว. พระธาตุแม้ประมาณเท่าเมล็ดพันธุ์ผักกาดจักไม่หายไปในระหว่าง.
พระธาตุทั้งหมดจักประชุมกันที่ มหาโพธิมัณฑสถานแล้ว รวมเป็นพระพุทธรูป แสดงพุทธสรีระประทับนั่งขัดสมาธิ ณ โพธิมัณฑสถาน มหาปุริสลักษณะ ๓๒ อนุพยัญชนะ ๘๐ พระรัศมีประมาณวาหนึ่ง ทั้งหมดครบบริบูรณ์ทีเดียว.
แต่นั้นจักการทำปาฏิหาริย์แสดง เหมือนในวันแสดงยมกปาฏิหาริย์. ในกาลนั้น ชื่อว่า สัตว์ผู้เป็นมนุษย์ ไม่มีไปในที่นั้น. ก็เทวดาในหมื่นจักรวาฬ ประชุมกันทั้งหมด พากันครวญคร่ำรำพันว่า วันนี้พระทสพลจะปรินิพพาน จำเดิมแต่บัดนี้ไป จักมีแต่ความมืด.
ลำดับนั้น เตโชธาตุลุกโพลงขึ้นจากพระสรีรธาตุ ทำให้พระสรีระนั้นถึงความหาบัญญัติมิได้. เปลวไฟที่โพลงขึ้นจากพระสรีรธาตุ พลุ่งขึ้นจนถึงพรหมโลก เมื่อพระธาตุแม้สักเท่าเมล็ดพรรณผักกาดยังมีอยู่ ก็จักมีเปลวเพลิงอยู่เปลวหนึ่งเท่านั้น เมื่อพระธาตุหมดสิ้นไปเปลวเพลิงก็จักขาดหายไป. พระธาตุทั้งหลายแสดงอานุภาพใหญ่อย่างนี้แล้ว ก็อันตรธานไป.
ในกาลนั้น หมู่เทพกระทำสักการะด้วยของหอม ดอกไม้และดนตรีทิพย์เป็นต้น เหมือนในวันที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายปรินิพพาน กระทำปทักษิณ ๓ ครั้ง ถวายบังคมแล้ว กราบทูลว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า พวกข้าพระองค์ จักได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้เสด็จอุบัติขึ้นในอนาคต ดังนี้แล้ว ก็กลับไปที่อยู่ของตนๆ นี้ ชื่อว่า อันตรธานแต่งพระธาตุ#จิตยอมรับความจริงว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเสมอกันหมดใจที่ภาวนามาถึงจุดนี้จะรู้สึกโลกนี้ราบเป็นหน้ากลอง #ถัดจากนั้นกระบวนการเกิดอริยมรรคถึงจะเกิดขึ้นก็จะมีตั้งแต่#อนุโลมญาณสัจจานุโลมิกญาณโคตรภูญาณมัคคญาณผลญาณปัจจเวกขณญาณ#ในกระบวนการที่เกิดอริยมรรคก็มีตั้งแต่อนุโลมญาณโคตรภูญาณมัคคญาณผลญาณอยู่ในกระบวนการที่จะเกิดอริยมรรค#กระบวนการนี้จบแล้วยังจะเกิดญาณตัวที่สิบหก#ปัจจเวกขณญาณทวนเข้าไปพิจารณาว่าตอนที่เกิดอริยมรรคนั้นล้างกิเลสอะไรไปบ้าง#กิเลสอะไรยังไม่ล้างจะทวนเข้าไปดูก็รู้ว่างานยังไม่เสร็จ#ถ้างานเสร็จแล้วก็ทวนเข้าไปดูเห็นความเสร็จแล้ว#จิตจะไปพิจารณานิพพานได้แล้วไปทำความรู้แจ้งในตัวนิโรธ
ตอบกลับ
การเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า
การเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า
3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
#เราไม่ได้มุ่งพุทธภูมิ #เราไม่ได้ทำกรรมชั่วหยาบมา #จิตเราจะก้าวกระโดดเกิดอริยมรรคขึ้นมา#ขั้นแรกมันจะรวมลงก่อน#รวมเข้าอัปปนาสมาธิรวมเองโดยที่ไม่ได้เจตนาจะรวม#ไม่ได้คิดได้ฝันที่จะรวม รวมโดยอัตโนมัติ#เมื่อรวมลงมาแล้วจะเห็นสภาวธรรมเกิดดับเกิดดับสองขณะบ้างสามขณะบ้าง#ถัดจากนั้นจิตจะวางการรับรู้อารมณ์#ทวนกระแสเข้ามาหาธาตุรู้#เมื่อทวนกระแสเข้าถึงธาตุรู้แล้ว#สิ่งที่ห่อหุ้มปิดบังจิตอยู่คืออาสวกิเลสทั้งหลาย#สังโยชน์ทั้งหลายถูกขาดสะบั้นออกไปด้วยกำลังของอริยมรรค#นิพพานก็จะปรากฏเด่นดวงขึ้นมาให้เรารู้สึกได้#สองขณะบ้างสามขณะบ้าง#คนไหนซึ่งอินทรีย์ไม่แก่กล้ามาก#ตอนที่จิตรวมไปทีแรกเห็นสภาวธรรมก็จะเห็นสามครั้ง#แล้วพอเห็นนิพพานพอได้ผลจะเห็นสองขณะ#แต่คนที่อินทรีย์แก่กล้าเห็นสภาวะทีแรกจะเห็นสองขณะ#และจะมาเห็นนิพพานสามขณะ#เห็นยาวต่างกันอินทรีย์ไม่เท่ากัน #ผลที่เกิดขึ้นก็ไม่เท่ากัน#ถัดจากนั้นจิตจะถอยออกจากอัปปนาสมาธิ นะ ถอยเอง ถัดจากนั้นไม่ทรงอยู่แล้วจะถอยออกมา พอถอยออกมาแล้วจะทวนกระแสกลับเข้าไปพิจารณาว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น ก็แจ่มแจ้งแล้วว่า เมื่อกี้นี้ตัวตนอะไรไม่มีอีกแล้ว ไม่มีอะไรที่เป็นตัวเป็นตนอีกเลย แต่ว่ากิเลสยังเหลืออยู่อีกเพียบเลย พระโสดาบันกับปุถุชนแทบจะไม่มีอะไรต่างกันนะ พระโสดาบันละมิจฉาทิฏฐิได้เท่านั้น ละความเห็นผิดได้ ส่วนโลภ โกรธ หลงอื่นๆ เหมือนปุถุชนนั่นเอง
1
ตอบกลับ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
5 วันที่ผ่านมา
#สุดท้ายยกเครื่องฉายหนังทิ้งคืนกายคืนใจให้ธรรมชาติจบกิจไม่ต้องเกิดอีกต่อไป#เราไม่ได้มุ่งพุทธภูมิ #เราไม่ได้ทำกรรมชั่วหยาบมา #จิตเราจะก้าวกระโดดเกิดอริยมรรคขึ้นมา #ขั้นแรกมันจะรวมลงก่อน รวมเข้า อัปปนาสมาธิ รวมเองโดยที่ไม่ได้เจตนาจะรวม ไม่ได้คิดได้ฝันที่จะรวม รวมโดยอัตโนมัติ เมื่อรวมลงมาแล้วจะเห็นสภาวธรรมเกิดดับ เกิดดับ สองขณะบ้าง สามขณะบ้าง ถัดจากนั้นจิตจะวางการรับรู้อารมณ์ ทวนกระแสเข้ามาหาธาตุรู้ เมื่อทวนกระแสเข้าถึงธาตุรู้แล้วสิ่งที่ห่อหุ้มปิดบังจิตอยู่คือ อาสวกิเลส ทั้งหลาย สังโยชน์ทั้งหลายถูกขาดสะบั้นออกไปด้วยกำลังของอริยมรรค นิพพานก็จะปรากฏเด่นดวงขึ้นมาให้เรารู้สึกได้ สองขณะบ้าง สามขณะบ้าง คนไหนซึ่งอินทรีย์ไม่แก่กล้ามาก ตอนที่จิตรวมไปทีแรก เห็นสภาวธรรมก็จะเห็นสามครั้ง แล้วพอเห็นนิพพานพอได้ผลจะเห็นสองขณะ แต่คนที่อินทรีย์แก่กล้าเห็นสภาวะทีแรกจะเห็นสองขณะ และจะมาเห็นนิพพานสามขณะ เห็นยาวต่างกัน อินทรีย์ไม่เท่ากัน ผลที่เกิดขึ้นก็ไม่เท่ากัน ถัดจากนั้นจิตจะถอยออกจาก อัปปนาสมาธิ นะ ถอยเอง ถัดจากนั้นไม่ทรงอยู่แล้วจะถอยออกมา พอถอยออกมาแล้วจะทวนกระแสกลับเข้าไปพิจารณาว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น ก็แจ่มแจ้งแล้วว่า เมื่อกี้นี้ตัวตนอะไรไม่มีอีกแล้ว ไม่มีอะไรที่เป็นตัวเป็นตนอีกเลย แต่ว่ากิเลสยังเหลืออยู่อีกเพียบเลย พระโสดาบันกับปุถุชนแทบจะไม่มีอะไรต่างกันนะ พระโสดาบันละมิจฉาทิฏฐิได้เท่านั้น ละความเห็นผิดได้ ส่วนโลภ โกรธ หลงอื่นๆ เหมือนปุถุชนนั่นเอง
ตอบกลับ
ผู้มีกระแสในเบื้องบน
ผู้มีกระแสในเบื้องบน
12 วันที่ผ่านมา
#การบรรลุมรรคผลที่ถูกต้อง#ผู้ไม่มีเพื่อนสอง#ทางดับทุกข์#การเกิดมรรคผล#ทางพระนิพพาน#อนุปาทาปรินิพพาน#โลกุตตรกุศลจิตสุทธิกปฏิปทามรรคจิตดวงที่๑#สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นไฉน#โยคาวจรบุคคลเจริญฌานที่เป็นโลกุตตระ#ซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้ถึงนิพพาน#วิถีจิตก่อนเข้าสู่มรรควิถี๑อดีตภวังค์ภวังค์อดีต#๒ภวังคจลนะภวังค์สะเทือน#๓ภวังคุปัจเฉทะตัดกระแสภวังค์#๔มโนทวาราวัชชนะลงทางมโนทวาร #มรรควิถีของมันทบุคคล#เวลาที่จิตจะเกิดมรรคผลนั้นจิตจะรวมเข้าอัปนาสมาธิเพราะฉะนั้นเวลาท่านพูดถึงองค์มรรคสัมมาสมาธิ#เธออย่าได้กล่าวคำหยาบต่อใครๆ#คนที่ถูกเธอว่ากล่าวจะกล่าวโต้ตอบเธอ#เพราะว่าถ้อยคำที่โต้เถียงกันก่อให้เกิดทุกข์#และการทำร้ายโต้ตอบกันจะมาถึงเธอ#ถ้าเธอทำตนให้นิ่งเงียบได้เหมือนกังสดาลที่ตัดขอบปากออกแล้ว#เธอก็จะบรรลุนิพพานได้การโต้เถียงกันก็จะไม่มีแก่เธอ
ตอบกลับ
pornpimon tungmepol
pornpimon tungmepol
3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
ในพระไตรปิฎกจะมีทั้งคำสอนตรง
ของพระพุทธเจ้า และคำสอนของพระสาวก
ซึ่งเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ทั้งสิ้น
เรียนพระไตรปิฎกก็ต้องรักษาเอาไว้ให้ครบ
ไปนึกตัดทิ้งตามใจชอบไม่ได้หรอก
ถ้าคนนี้ก็ตัดตรงนี้ คนนี้ก็ตัดตรงนี้
สุดท้ายก็หมดเท่านั้น เพราะว่าพวกโง่ไปตัด
ก็ไม่รู้ว่าอันไหนควรตัด อันไหนไม่ควรตัด
ที่ควรตัดเขาตัดกันไปหมดแล้ว ที่เหลืออยู่ต้องรักษาเอาไว้
บางพวกตัวเองก็ภาวนาแล้วก็เพี้ยนไป
เอ๊ะ สิ่งที่เราเพี้ยนในพระไตรปิฎกไม่มี
ก็บอกเลยว่า เอ๊ะ พระไตรปิฎกขาดตรงนี้ ไม่สมบูรณ์
ขาดตรงนี้ ต้องเติมธรรมะของตัวเองลงไป
อันนี้ก็เพี้ยนสุด ๆ ไปอีกแบบหนึ่ง
ฉะนั้นพระไตรปิฎก เติมไม่ได้และก็ตัดไม่ได้
ต้องรักษาเอาไว้ มิฉะนั้นจะเพี้ยน
คนกิเลสหนาปัญญาหยาบ
จะไปตัดธรรมะของพระพุทธเจ้า
หรือของพระอรหันต์สาวกทั้งหลายได้อย่างไร
ตัวเองไม่ได้มีภูมิอะไรที่จะทำอย่างนั้นได้หรอก
เราต้องค่อย ๆ เรียน ค่อย ๆ พัฒนาไป
พอเราเข้าใจธรรมะ เข้าใจทั้งหมด
เข้าใจจิตแล้ว จะเข้าใจทั้งหมด
แล้วก็เราเป็นสาวก เราก็จะเข้าใจบางด้าน
แต่เราก็ศึกษาก็เห็น เออ มีแง่มีมุมที่เราภาวนา
เราไม่รู้ เราไม่เห็น มีอีกเยอะแยะ
ซึ่งท่านอื่นท่านผ่านมาเส้นนั้น เราไม่ได้ผ่านเส้นนั้น
อย่างเราจะไปเที่ยวเชียงใหม่อย่างนี้
เราก็ไปในเส้นทางของเรา นั่งเรือไป
จากแม่น้ำเจ้าพระยาไปเข้าแม่น้ำปิงอะไรอย่างนี้
ค่อย ๆ ตามน้ำไปก็ไปได้ นั่งเครื่องบินไปก็ได้
เดินไปก็ได้ อยากขี่ควายไปก็ไม่มีใครเขาว่าหรอก
ไปอย่างไรก็ได้ หรือจะบินไปสิบสองปันนาแล้ว
นั่งเรือย้อนกลับมาเชียงแสน
แล้วก็มาเดินตัดลงมาเชียงใหม่ ก็ไม่มีใครว่า
แต่ว่าสาวกก็จะเห็นในเส้นทางของตัวเอง
ไม่รู้รอบในเส้นทางของท่านผู้อื่น
ในคัมภีร์ของเราจะสอนไว้รอบทิศทาง
ฉะนั้นอย่าไปตัดพระไตรปิฎก
อย่าไปเติมพระไตรปิฎก
เอากิเลสของเราไปใส่ ทำไม่ได้หรอก"
1
ตอบกลับ
การสําเร็จมรรคผล
การสําเร็จมรรคผล
1 เดือนที่ผ่านมา
#เรารู้นะว่าบ้านเราอยู่ที่ไหน #รู้แล้วว่าพ่อแม่เราคือใคร #รู้ว่าพี่น้องเรามีคือบรรดาพระอริยเจ้าทั้งหลาย #แต่ว่าเรายังกลับไม่ถึงบ้าน #เราก็จะเกิดความพากเพียรนะมุ่งมั่น #ศรัทธาของเราคราวนี้จะแน่นแฟ้นนะ #ไม่คลอนแคลนละเราก็ขยันภาวนาไปเรื่อย #บางคนก็ใช้เวลานานหน่อยนะ#อินทรีย์ไม่แก่กล้าใช้เวลา7ชาติ7ชาติสั้นนิดเดียวนะ #เราเวียนตายเวียนเกิดนับชาติไม่ถ้วน #บางคนก็สองสามชาติ #บางคนก็ชาติเดียว#ภาวนาไปเรื่อยเรื่อย #สุดท้ายมันก็ถึงบ้าน #ถึงบ้านแล้วโฮ้ย#หาบ้านแทบตายบ้านอยู่ที่นี่เอง #หาซะรอบจักรวาล #อยู่ที่จิตที่ใจที่บริสุทธิ์ขึ้นมานี่เอง #จะพบพระพุทธเจ้าตัวจริงนะ #เราจะพบว่าพระพุทธเจ้ามีจริงจริง #แต่ว่าไม่ใช่เป็นพุทธเจ้าที่ไปนั่งเข้าแถว #นั่งสมาธิอะไรอย่างนั้นนะ #หรือบางสํานักก็นั่งเก้าอี้#พุทธเจ้านั่งบางสำนักก็นั่งสมาธิ #กระดุกกระดิกไม่ได้ด้วยเหมือนรูปปั้นไม่ใช่หรอก #อะไรที่ยังเป็นรูปเป็นนามอยู่ไม่ใช่นิพพานนะเป็นรูปเป็นนามไม่ใช่นิพพาน นิพพานเป็นสภาวะที่สิ้นตัณหา สิ้นทุกข์สิ้นขันท์ แต่ว่ามีไหมสภาวะนั้น มี ก็สภาวะที่สิ้นทุกข์สิ้นขันท์สิ้นตัญหา นั้นแหละ นะ เวลาที่ตายธาตุขันท์นี้แตก พลังงานที่มีอยู่ทิ้งไว้ในโลกนะ ส่วนอมตะธาตุ อมตะธรรมรวมเข้ากับพระนิพพานไป พระนิพพานไม่เพิ่มขึ้นไม่ลดลง เทศเยอะไปละ พวกเรา เริ่ม ตา แป๊ว แป๊ว แล้ว ยากไป ฟังไว้ก่อนนะ แล้วก็ขยันภาวนา ทำให้ถูก สิ่งที่ผิดมี 2 อันเองไม่ตึงไป ก็หย่อนไป ตึงไปก็เพราะโลภ หย่อนไปเพราะขี้เกียจ เพราะหลงโลก ตึงไปก็เพราะโลภมาก อยากดี อยากพ้นทุกข์ก็แค่นี้แหละ ถ้ารู้เท่าทันจิตใจ ตอนนี้ตึงไป รู้ทัน ตอนนี้หย่อนไป รู้ทัน มันก็เข้าทางสายกลาง เมื่อไหร่ไม่ผิดเมื่อนั้นก็ถูก ถ้าถูกแล้วมันก็เดินของมันไปเรื่อยๆ นะ แต่ละวัน บางช่วงก็เจริญบางช่วงก็เสื่อม แต่ภาพรวมแล้ว เราจะเติบโตขึ้น จนกระทั่งวันหนึ่งมันมีกำลัง ข้ามภพไปstayhomethanksdocthanksdocthanksdocthanksdoc
ตอบกลับ
ผู้มีกระแสในเบื้องบน
ผู้มีกระแสในเบื้องบน
12 วันที่ผ่านมา
#ดูก่อนสุทัตตะเมื่อรากยังมั่นคงแม้ต้นไม้จะถูกตัดแล้ว #มันก็สามารถขึ้นได้อีก
ฉันเดียวกัน#เมื่อบุคคลยังไม่ถอนตัณหานุสัย
ขึ้นเสียจากดวงจิต ความทุกข์ก็เกิดขึ้นได้บ่อยๆ
“สุทัตตะเอย น้ำตาของสัตว์ผู้ต้องร้องไห้
เพราะความทุกข์โทมนัสทับถม
ในขณะที่ท่องเที่ยวอยู่ในวัฏสงสารนี้
มีจำนวนมากเหลือคณนา
สุดที่จะกล่าวได้ว่ามีประมาณเท่านั้นเท่านี้
กระดูกที่เขาทอดทิ้งลงทับถมปฐพีดลเล่า
ถ้านำมากองรวมๆ กันมิให้กระจัดกระจาย
คงจะสูงเท่าภูเขา บนพื้นแผ่นดินนี้
ไม่มีช่องว่างเลยแม้แต่นิดเดียวที่สัตว์ไม่เคยตาย
ปฐพีนี้เกลื่อนกล่นไปด้วยกระดูก
แห่งสัตว์ผู้ตายแล้วตายเล่า
เป็นที่น่าสังเวชสลดจิตยิ่งนัก
ทุกย่างก้าวของมนุษย์และสัตว์
เหยียบย่ำไปบนกองกระดูก
เขานอนบนกองกระดูก
นั่งบนกองกระดูก
สนุกสนานเพลิดเพลิน
อยู่บนกองกระดูกทั้งสิ้น
“ดูก่อนสุทัตตะ ไม่ว่าภพไหนๆ
ล้วนแต่มีลักษณะเหมือนกองเพลิงทั้งนั้น
จึงมุ่งสู่พุทธภูมิ
#การบรรลุมรรคผล#ดูกรภิกษุเปรียบเหมือนประทีปน้ำมัน #อาศัยน้ำมันและไส้จึงโพลงอยู่ได้ #เพราะสิ้นน้ำมัน
อานิสงส์การเจริญมรณสติ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
#จิตสลัดคืนจิต#เข้าใจจิตแล้วเข้าใจธรรมทั้งหมด#ถ้าเราตัดตรงเข้ามาเห็นความจริงของจิตได้เวลาที่มันรู้แจ้งแทงตลอดในตัวจิตว่าจิตไม่ใช่ตัวเราเจตสิกทั้งหลายก
สุดท้ายบรรลุมรรคผล
จิตหลุดพ้นจากอาสวะ#เราต้องการอะไรหลังบรรลุมรรคผล
ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
ผู้มีร่างกายสุดท้าย#วิมุตติความหลุดพ้น
ตอบกลับ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
5 วันที่ผ่านมา
#ดูก่อนนายโจรทุกข์ทางใจย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่ห่วงใยในชีวิต#ความกลัวทั้งปวงอันเราผู้สิ้นสังโยชน์ล่วงพ้นได้แล้ว#เมื่อตัณหาเครื่องนำไปสู่ภพสิ้นไปแล้ว#ความกลัวตายในปัจจุบันมิได้มีด้วยประการใดประการหนึ่งเลย #ดุจบุรุษไม่กลัวความหนักเพราะวางภาระแล้วฉะนั้น#พรหมจรรย์เราประพฤติดีแล้ว#แม้ธรรมเราก็อบรมดีแล้วเราไม่มีความกลัวตาย#เหมือนบุคคลไม่กลัวโรคเพราะโรคสิ้นไปแล้วฉะนั้น#พรหมจรรย์เราประพฤติดีแล้วแม้มรรคเราก็อบรมดีแล้ว #ภพทั้งหลายอันไม่น่ายินดีเราได้เห็นแล้ว#เหมือนบุคคลดื่มยาพิษแล้วบ้วนทิ้งฉะนั้น #บุคคลผู้ถึงฝั่งแห่งภพไม่มีความถือมั่น#ทำกิจเสร็จแล้วหมดอาสวะ#ย่อมยินดีเพราะเหตุความสิ้นอายุเหมือนบุคคลพ้นแล้วจากการถูกประหารฉะนั้น #บุคคลผู้บรรลุธรรมอันสูงสุดแล้ว#ไม่มีความต้องการอะไรในโลกทั้งปวง#ย่อมไม่เศร้าโศก
ในเวลาตาย #ดุจบุคคลออกจากเรือนที่ถูกไฟไหม้ฉะนั้น#สิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งมีอยู่ในโลกนี้ก็ดี ภพที่สัตว์ได้อยู่ในโลก
นี้ก็ดี พระพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณใหญ่ได้ตรัสไว้ว่า สิ่ง
ทั้งหมดนี้ไม่เป็นอิสระ ผู้ใดรู้แจ้งธรรมข้อนั้น เหมือนดัง
ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ ผู้นั้นย่อมไม่ยึดถือภพไร ๆ
ดังบุคคลผู้ไม่จับก้อนเหล็กแดงอันร้อนโชนฉะนั้น เราไม่มี
ความคิดว่า ได้มีมาแล้ว จักมีต่อไป สังขารจักปราศจาก
ไป จะคร่ำครวญไปทำไมในเพราะสังขารนั้นเล่า.
ดูก่อนนายโจร ความกลัวย่อมไม่มีแก่ผู้พิจารณาเห็น
ตามความเป็นจริง ซึ่งความเกิดขึ้นแห่งธรรมอันบริสุทธิ์
และความสืบต่อแห่งสังขารอันบริสุทธิ์ เมื่อใดบุคคล
พิจารณาเห็นเสมอด้วยหญ้าและไม้ด้วยปัญญา เมื่อ
นั้น บุคคลนั้นย่อมไม่ยึดถือว่าเป็นของเรา ย่อมไม่เศร้า
โศกว่า ของเราไม่มี เรารำคาญด้วยสรีระ เราไม่ต้อง-
การด้วยภพ ร่างกายนี้จักแตกไป และจักไม่มีร่างกาย
อื่น ถ้าท่านทั้งหลายปรารถนาจะทำกิจใดด้วยร่างกายของ
เรา ก็จงทำกิจนั้นเถิด ความขัดเคืองและความรักใคร่ใน
ร่างกายนั้น จักไม่มีแก่เรา เพราะเหตุที่ท่านทั้งหลายทำ
กิจตามปรารถนาด้วยร่างกายของเรานั้น. โจรทั้งหลายได้
ฟังคำของท่านอันน่าอัศจรรย์ ทำให้ขนลุกชูชัน จึงพา
กันวางศาสตราวุธ แล้วกล่าวดังนี้ว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ
ความไม่เศร้าโศกที่ท่านได้นี้ เพราะท่านได้ทำกรรมอะไร
ไว้ หรือใครเป็นอาจารย์ของท่าน หรือเพราะอาศัยคำสั่ง
สอนของใคร.
พระเถระได้ฟังดังนั้นแล้ว จึงได้กล่าวตอบว่า
พระศาสดาผู้เป็นสัพพัญญู รู้เห็นธรรมทั้งปวง ชนะ
หมู่มาร มีพระกรุณาใหญ่ ผู้รักษาพยาบาลชาวโลกทั้งปวง
เป็นอาจารย์ของเรา ธรรมเครื่องให้ถึงความสิ้นอาสวะอัน
ยอดเยี่ยมนี้ พระองค์ทรงแสดงไว้แล้ว ความไม่เศร้าโศก
เราได้เพราะอาศัยคำสั่งสอนของพระองค์ พวกโจรฟัง
ถ้อยคำอันเป็นสุภาษิตของพระเถระผู้เป็นฤาษีแล้ว พากัน
วางศาสตราและอาวุธ บางพวกก็งดเว้นจากโจรกรรม บาง
พวกก็ขอบรรพชา โจรเหล่านั้นครั้นได้บรรพชาในศาสนา
ของพระสุคตแล้ว ได้เจริญโพชฌงค์และพลธรรม เป็น
บัณฑิต มีจิตเฟื่องฟู เบิกบาน มีอินทรีย์อันอบรมดีแล้ว
ได้บรรลุสันตบท คือนิพพานอันหาปัจจัยปรุงแต่งมิได้.
จบอธิมุตตเถรคาถา
ตอบกลับ
การเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า
การเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า
3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
#เมื่อใดบุคคลพิจารณาเห็นโลกเสมอด้วยหญ้าและไม้ด้วยปัญญา#เมื่อนั้นบุคคลนั้นย่อมไม่ยึดถือว่าเป็นของเราย่อมไม่เศร้าโศกว่าของเราไม่มี #บุคคลผู้บรรลุธรรมอันสูงสุดแล้วไม่มีความต้องการอะไรในโลกทั้งปวงย่อมไม่เศร้าโศกในเวลาตายดุจบุคคลออกจากเรือนที่ถูกไฟไหม้ฉะนั้น #สิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งมีอยู่ในโลกนี้ก็ดีภพที่สัตว์ย่อมได้ในโลกนี้ก็ดี#พระพุทธเจ้าแสวงหาคุณใหญ่ได้ตรัสไว้ว่า#สิ่งทั้งหมดนี้ไม่เป็นอิสระ#ผู้ใดรู้แจ้งธรรมข้อนั้น
เหมือนดังที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้#ผู้นั้นย่อมไม่ยึดถือภพอะไร ดังบุคคลผู้ไม่จับก้อนเหล็กแดงอันร้อนโชน ฉะนั้น เราไม่มีความคิดว่าได้เป็นมาแล้ว จักเป็นต่อไป จะไม่เป็น หรือสังขารจักปราศจากไป จะคร่ำครวญไปทำไมในเพราะสังขารนั้นเล่า ดูกรนายโจร ความกลัวย่อมไม่มีแก่ผู้พิจารณาเห็นตามความเป็นจริง ซึ่งความเกิดขึ้นแห่งธรรมอันบริสุทธิ์ และความสืบต่อแห่งสังขารอันบริสุทธิ์ เมื่อใดบุคคลพิจารณาเห็นโลกเสมอด้วยหญ้าและไม้ด้วยปัญญา เมื่อนั้น บุคคลนั้นย่อมไม่ยึดถือว่าเป็นของเรา ย่อมไม่เศร้าโศกว่า ของเราไม่มี เรารำคาญด้วยสรีระ ไม่ต้องการด้วยภพ ร่างกายนี้จักแตกไป และจักไม่มีร่างกายอื่น ถ้าท่านทั้งหลายปรารถนาจะทำกิจใดด้วยร่างกายของเรา ก็จงทำกิจนั้นเถิด ความขัดเคืองและความรักใคร่ในสรีระนั้น จักไม่มีแก่เราเพราะเหตุที่ท่านทั้งหลาย ทำกิจตามปรารถนาด้วยร่างกายของเรานั้น.โจรทั้งหลายได้ฟังคำของท่าน อันอัศจรรย์อันทำให้ขนลุกชูชันดังนั้นแล้ว จึงพากันวางศาตราวุธ แล้วกล่าวดังนี้ว่า #ข้าแต่ท่านผู้เจริญความไม่เศร้าโศกที่ท่านได้นี้#เพราะท่านได้ทำกรรมอะไรไว้
ตอบกลับ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
13 วันที่ผ่านมา
#กายนี้เป็นทุกข์บ้างเป็นสุขบ้าง มีมั้ย สารภาพ มีผู้ร้ายปากแข็งครึ่งห้อง นะ ไม่ยอมสารภาพ นะ พวกเรารู้สึกมั้ย จิตนี้เป็นทุกข์บ้างเป็นสุขบ้าง เห็นอย่างนี้แหละ อวิชา
ถ้าเห็นอย่างมีวิชา ก็จะเห็นว่า ขันธ์ ๕ เป็นทุกข์ล้วนๆ ไม่ใช่ทุกข์บ้างสุขบ้าง เห็นยากนะ ถ้าสติ สมาธิ ปัญญา ไม่แก่กล้าพอ มันไม่เห็นขันธ์ ๕ เป็นทุกข์ล้วนๆ โดยเฉพาะจิตเนี่ย จิตผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ผู้สงบ สะอาด สว่าง แหมฟังแล้วดีทั้งนั้นเลย ใช่มั้ย จะให้เห็นว่าเป็นทุกข์ล้วนๆ ไม่ใช่ง่ายนะ ปฎิบัติกันปางตายเลยล่ะ เหมือนเอาชีวิตเข้าแลกเลยนะ ถึงจะเห็น เพราะฉะนั้นทะเลตัวนี้ ทะเลอวิชา เป็นทะเลที่เรียบๆนะ แต่ยากสุดๆเลย ยากมากเลย จับต้นจับปลายไม่ถูก นะ มีแต่เรียนรู้นะ มาตามลำดับๆ รู้กาย รู้ใจมาตามลำดับ
พอรู้กายถูกต้อง แจ่มแจ้งได้พระอนาคาฯ จิตใจก็จะสบายขึ้นเยอะเลย จะไม่แส่ส่ายไปทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย จะเหลือแต่ความสงบสุขอยู่ภายใน เพลิดเพลินอยู่กับความสงบสุขภายในจิตในใจของเราเอง นี่เอง
ต่อมาสติปัญญาแก่รอบลงมาอีก เห็นเลย ตัวจิตตัวใจที่ว่าสุขว่าสงบเนี่ย เอาเข้าจริงก็เป็นตัวทุกข์ล้วนๆ ตัวนี้ไม่รู้ว่าจะพูดภาษามนุษย์ยังไงนะ ฟังเอาไว้ก็แล้วกัน มันเห็นเป็นทุกข์ล้วนๆเมื่อไหร่นะ มันจะทิ้งแล้ว จะวาง แต่ถ้ายังเห็นทุกข์บ้างสุขบ้าง มันไม่วางหรอก มันทุกข์ล้วนๆ โอ้ ขันธ์ ๕ เป็นทุกข์ล้วนๆ ตัณหาจะดับทันทีเลย เมื่อมันเป็นทุกข์ล้วนๆแล้วจะอยากให้มันสุขได้อย่างไร นะ ของเรามีตัณหาขึ้นมาเพราะอยากให้ขันธ์ ๕ มีความสุข รู้สึกมั้ย อยากให้ขันธ์ ๕ พ้นทุกข์
แต่วันหนึ่งเรียน จนกระทั่งรู้ชัดเลย ขันธ์ ๕ นี่ทุกข์ล้วนๆน่ะ ไม่มีทางอยากให้มันมีความสุข ไม่มีทางอยากให้มันพ้นทุกข์อีกต่อไปแล้ว มันไม่สมหวัง มันทุกข์ล้วนๆ เนี่ย ใจเข้าถึงตรงนี้ ใจยอมรับตรงนี้จริงๆแล้วจะสลัดคืนเลย จะหมดตัณหาแล้วก็สลัดคืนความยึดถือกายความยึดถือใจให้โลก คืนเจ้าของเดิมนั้นเอง จิตใจก็จะเข้าถึงความสงบ สันติ ที่แท้จริง คือ นิโรธ หรือ นิพพาน บางทีก็มีหลายชื่อนะ อุปสมะ ก็ได้ นะ มีหลายชื่อเยอะแยะเลย ชื่อ ความจริงก็คือ ความสงบ สันติ ซึ่งมันพ้นทุกข์ พ้นกิเลส พ้นความยึดถือในธาตุในขันธ์ ในกาย ในใจ นี้เอง
พอพ้นปั๊บเราจะเห็นโลกนี้ มี แต่ไม่มีอะไร โลกนี้มีอยู่ แต่ไม่มีอะไรเลย ว่างเปล่า ว่างเปล่าไม่ใช่แปลว่า ไม่มีอะไรเลย มันว่างเปล่าจากความเป็นตัวเป็นตน ว่างเปล่าจากกิเลส ว่างเปล่าจากขันธ์ ว่างเปล่าจากทุกข์ มันมีอยู่ของมันตามสภาพของมัน มันเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพของมัน แต่จิตใจที่ฝึกฝนอบรมจนกระทั่งไม่ยึดถือในจิตแล้วเนี่ย จะไม่ยึดถืออะไรในโลกอีก เห็นโลกนี้มีแต่ไม่มี ว่างเปล่าอยู่อย่างนั้นเอง จิตใจมีแต่ความสุขล้วนๆ สุขแบบนึกไม่ถึงนะ สุข สุขที่สุดเลย มีความสุขมาก ไม่รู้จะใช้ภาษาอะไร พระพุทธเจ้าท่านก็เลยใช้เอาง่ายๆ “นิพพานัง ปรมัง สุขัง” บรมสุขเลย ไม่รู้จะใช้คำอะไรแล้ว ท่านใช้คำว่า “ปรมัง สุขัง” บรมสุขเลย
ความสุขของโลกๆที่พวกเรารู้สึกน่ะนะ รู้จักกันนะ ความสุขลุ่มๆดอนๆ สุกๆดิบๆ เป็นความสุขร้อนๆ สุกๆ เผ็ดๆ นะ เผ็ดร้อนรุนแรง สุขชั่วครั้งชั่วคราวได้มาแล้วก็เสียไป ตะกายหาอีก จับได้ปั๊บหลุดมือไปอีกแล้ว อย่างนี้ตลอดชีวิตเลย เดินทางในสังสารวัฏฏ์นะ ข้ามภพข้ามชาติไม่ได้ ข้ามมหาสมุทรสี่อันนี้ไม่ได้ ก็ข้ามภพข้ามชาติไม่ได้ เพราะฉะนั้นตั้งอกตั้งใจนะหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโชแสดงธรรมที่สำนักสงฆ์สวนสันติธรรม
ตอบกลับ
ทางบรรลุมรรคผล
ทางบรรลุมรรคผล
10 วันที่ผ่านมา
#สิ่งนี้เกิดจากจิตที่นอบน้อมพระพุทธเจ้า#ขอขมาพระรัตนตรัย#หสิตุปาทจิต#เวลาที่จิตเกิดมรรคผลนั้นจิตจะรวม#วิมุตตายตนะ#การบรรลุมรรคผล#การเกิดอริยมรรค
#โลกุตตรกุศลจิตสุทธิกปฏิปทามรรคจิตดวงที่๑สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นไฉนโยคาวจรบุคคลเจริญฌานที่เป็นโลกุตตระซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้ถึงนิพพานวิถีจิตก่อนเข้าสู่มรรควิถี๑อดีตภวังค์ภวังค์อดีต๒ภวังคจลนะภวังค์สะเทือน๓ภวังคุปัจเฉทะตัดกระแสภวังค์๔มโนทวาราวัชชนะลงทางมโนทวาร #มรรควิถีของมันทบุคคล#เวลาที่จิตจะเกิดมรรคผลนั้นจิตจะรวมเข้าอัปนาสมาธิเพราะฉะนั้นเวลาท่านพูดถึงองค์มรรคสัมมาสมาธิ
#เราทราบความเป็นจริงข้อนี้#เราทำความสงบเงียบสนิทอยู่ในภาวะแห่งความไม่มีอะไรในขณะนั้น#พวกเรากำลังเดินอยู่แล้วในทางแห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลายโดยแท้จริง #ดังนั้นเราควรเจริญจิตให้หยุดอยู่บนความไม่มีอะไรเลยทั้งสิ้น
ตอบกลับ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
13 วันที่ผ่านมา
#ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า #เลยไปหนึ่งอสงไขยกัปแต่กัปนี้ไปข้าพระองค์หมอบลงที่ใกล้พระบาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า#ทรงพระนามว่าอโนมทัสสีปรารถนาเห็นพระองค์
#โทษของกาม#ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น #ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส #ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง#ปุถุชนเหล่าใดมีจิตกำหนัดเข้าไปส้องเสพหญิงเหล่านั้น#ปุถุชนเหล่านั้นย่อมยังสงสาร#อันน่ากลัวให้เจริญ #ย่อมก่อภพใหม่ขึ้นอีก #เราเห็นโทษในกามทั้งหลาย#เราสลัดตนจากกามทั้งปวง #เราได้บรรลุความสิ้นอาสวะแล้ว .#เพราะละราคะได้อารมณ์สำหรับวิญญาณก็ขาดลงที่ตั้งของวิญญาณก็ไม่มี#วิญญาณอันไม่มีที่ตั้งนั้นก็ไม่งอกงาม #หลุดพ้นไปเพราะไม่ถูกปรุงแต่ง เพราะหลุดพ้นไปก็ตั้งมั่น เพราะตั้งมั่นก็ยินดีในตนเอง เพราะยินดีในตนเอง ก็ไม่หวั่นไหว เมื่อไม่หวั่นไหว ก็ปรินิพพานเฉพาะตน ย่อมรู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์ได้อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ได้ทำสำเร็จแล้ว กิจอื่นที่จะต้องทำ เพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มีอีก
บุรุษผู้มีจักษุ คือปัญญา ปรารถนา ความสุขแก่ตน พึงเว้นหญิงเสียเหมือนกับบ่วงและข่ายที่ดักไว้ในสกุล ในถนนสายหนึ่ง ในราชธานี หรือในนิคม ผู้ใดสละเสียแล้วซึ่งตบะคุณ อันเป็นกุศล ประพฤติจริตอันมิใช่ของพระอริยะ ผู้นั้นต้องกลับจาก เทวโลกไปคลุกเคล้าอยู่กับนรก เหมือนพ่อค้าซื้อหม้อแตก ฉะนั้น บุรุษ ผู้ตกอยู่ในอำนาจของหญิง ย่อมถูกติเตียนทั้งในโลกนี้และโลกหน้า กรรมของตนกระทบแล้ว เป็นคนโง่เขลา ย่อมไปพลั้งๆ พลาดๆ โดย ไม่แน่นอน เหมือนรถที่เทียมด้วยลาโกง ย่อมไปผิดทาง ฉะนั้น ผู้ตกอยู่ ในอำนาจของหญิง ย่อมเข้าถึงนรกเป็นที่เผาสัตว์ให้รุ่มร้อน และนรกอัน มีป่าไม้งิ้ว มีหนามแหลมดังหอกเหล็ก แล้วมาในกำเนิดสัตว์ ดิรัจฉาน ย่อมไม่พ้นจากวิสัยเปรตและอสุรกาย หญิงย่อมทำลายความ เล่นหัว ความยินดี ความเพลิดเพลินอันเป็นทิพย์ และจักรพรรดิสมบัติ ในมนุษย์ของชายผู้ประมาทให้พินาศ และยังทำชายนั้นให้ถึงทุคติอีกด้วย ชายเหล่าใดไม่ต้องการหญิง ประพฤติพรหมจรรย์ ชายเหล่านั้นพึงได้ การเล่นหัว ความยินดีอันเป็นทิพย์ จักรพรรดิสมบัติในมนุษย์ และนาง เทพอัปสรอันอยู่ในวิมานทอง โดยไม่ยากเลย ชายเหล่าใดไม่ต้องการ หญิง ประพฤติพรหมจรรย์ ชายเหล่านั้นพึงได้คติที่ก้าวล่วงเสียซึ่ง กามธาตุ รูปธาตุ สมภพ และคติที่เข้าถึงวิสัยความปราศจากราคะ โดยไม่ยากเลย ชายเหล่าใดไม่ต้องการหญิง ประพฤติพรหมจรรย์ ชาย เหล่านั้นเป็นผู้ดับแล้ว สะอาด พึงได้นิพพานอันเกษม อันก้าวล่วงเสีย ซึ่งทุกข์ทั้งปวง ล่วงส่วน ไม่หวั่นไหว ไม่มีอะไรปรุงแต่ง โดยไม่ยาก เลย. พญานกกุณาละในครั้งนั้นเป็นเรา พญานกดุเหว่าขาวเป็นพระอุทายี พญา แร้งเป็นพระอานนท์ นารทฤาษีเป็นพระสารีบุตร บริษัททั้งหลายเป็น พุทธบริษัท เธอทั้งหลายจงทรงจำกุณาลชาดกไว้อย่างนี้แลกุลาณชาดกบุรุษผู้มีจักษุ คือปัญญา ปรารถนา ความสุขแก่ตน พึงเว้นหญิงเสียเหมือนกับบ่วงและข่ายที่ดักไว้ในสกุล ในถนนสายหนึ่ง ในราชธานี หรือในนิคม ผู้ใดสละเสียแล้วซึ่งตบะคุณ อันเป็นกุศล ประพฤติจริตอันมิใช่ของพระอริยะ ผู้นั้นต้องกลับจาก เทวโลกไปคลุกเคล้าอยู่กับนรก เหมือนพ่อค้าซื้อหม้อแตก ฉะนั้น
ตอบกลับ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
13 วันที่ผ่านมา
#พญานกกุณาละในครั้งนั้นเป็นเรา #พญานกดุเหว่าขาวเป็นพระอุทายี #พญาแร้งเป็นพระอานนท์ #นารทฤาษีเป็นพระสารีบุตร
#บริษัททั้งหลายเป็นพุทธบริษัท #เธอทั้งหลายจงทรงจำกุณาลชาดกไว้อย่างนี้แล ปุถุชนเหล่าใดมีจิตกำหนัดเข้าไปส้องเสพหญิงเหล่านั้น ปุถุชนเหล่านั้นย่อมยังสงสาร อันน่ากลัวให้เจริญ ย่อมก่อภพใหม่ขึ้นอีก เราเห็นโทษในกามทั้งหลาย เราสลัดตนจากกามทั้งปวง เราได้บรรลุความสิ้นอาสวะแล้ว .เพราะละราคะได้อารมณ์สำหรับวิญญาณก็ขาดลงที่ตั้งของวิญญาณก็ไม่มี วิญญาณอันไม่มีที่ตั้งนั้นก็ไม่งอกงาม หลุดพ้นไปเพราะไม่ถูกปรุงแต่ง เพราะหลุดพ้นไปก็ตั้งมั่น เพราะตั้งมั่นก็ยินดีในตนเอง เพราะยินดีในตนเอง ก็ไม่หวั่นไหว เมื่อไม่หวั่นไหว ก็ปรินิพพานเฉพาะตน ย่อมรู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์ได้อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ได้ทำสำเร็จแล้ว กิจอื่นที่จะต้องทำ เพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มีอีก
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น