ธรรมะในพม่า(3) 1/4
ท้องฟ้าวันนั้นสดใสเหมือนเป็นใจให้เหตุการณ์นี้ผ่านไปด้วยดีเมื่อไปถึงภายในวัด ขณะนั้นเป็นเวลาเกือบสี่โมงเย็นแล้ว จริงๆ แล้วพิธีต้อนรับ เริ่มจัดมาตั้งแต่ช่วงเช้า มีการบรรยายหัวข้อที่เกี่ยวกับเรื่องพระไตรปิฎก ให้ญาติโยมฟัง เป็นการปูพื้นก่อนพบตัวจริง เสียงจริง ผู้เขียนไม่สะดวกที่จะมาช่วงเช้า เลยจำใจต้องพลาดไป ภาพที่เห็นเมื่อเดินเข้าเขตวัด คือหมู่ชนชาวพม่าแต่งกายประจำชาติอย่างเรียบร้อย หญิงนุ่งซิ่นยาวกรอมเท้า ใส่เสื้อแขนกระบอก ตกแต่งผมด้วยดอกไม้เหมือนอย่างที่เราเคยเห็นภาพ ออง ซาน ซูจี แต่งกายแบบนี้ประดับผมแบบนี้ อยู่ตลอดเวลาอย่างไรอย่างนั้น ฝ่ายผู้ชายโพกหัว ใส่เสื้อแขนยาว นุ่งโสร่ง ยืนเข้าแถวรอรับพระผู้ทรงพระไตรปิฎก ซึ่งเดินขึ้นไปบนกุฏิ รวมเวลาผ่านไปสักพักพระผู้ทรงพระไตรปิฎก ๗ รูป (ตามกำหนดการว่าจะมาทั้งหมด ๘ รูป ขาดไป ๑ รูป บังเอิญท่านติดกิจนิมนต์ ที่รับไว้ก่อนหน้านี้ทำให้มาไม่ได้)
พุทธศาสนิกชนชาวเมียนม่าร์ทุกคนถอดรองเท้า ทำให้พวกเราชาวไทยต้องถอดรองเท้าออกด้วย เรื่องถอดรองเท้าสำคัญมากในประเทศเมียนม่าร์ พวกเขาจะไม่อยู่สูงกว่าพระ การใส่รองเท้า ทำให้เราสูงกว่าพระ นอกจากนี้ ยังมีธรรมเนียมห้ามสวมรองเท้าเดินในพุทธสถานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวัด หรือพระเจดีย์ทั้งหลาย
พระผู้ทรงพระไตรปิฎกทุกรูปจะมีผู้ถือร่มสีขาว (รัฐบาลจะจัดเจ้าหน้าที่มาทำหน้าที่นี้) สูงสามชั้น ติดตามมาด้วยทุกรูป เพราะเป็นสัญลักษณ์ว่า ท่านผู้นั้นคือพระผู้ทรงพระไตรปิฎก และเมื่อท่านนั่งลง ณ ที่ใด ร่มนี้จะวางไว้ข้าง ๆ ด้วย ระหว่างที่ท่านดำเนินไปที่ศาลาการเปรียญหลังใหม่ของวัดชื่อ ศาลาสุธัมมา อุบาสก อุบาสิกา ชาวเมียนม่าร์และคนไทยที่อยู่ในที่นั้น ต่างพนมมือกันอย่างพร้อมเพรียง และพูดอะไรบางอย่างที่ฟังออก ภาษาบาลี หรือ ภาษาพม่าก็สุดจะเดา เสียงสวดดังกระหึ่มไปทั่วทั้งวัดเป็นบรรยากาศที่ก่อให้เกิดศรัทธาน่าเลื่อมใสอย่างยิ่ง เมื่อถึงศาลา มีพระสงฆ์รอรับ แล้วอัญเชิญให้พระผู้ทรงพระไตรปิฎกทั้ง ๗ รูป นั่งประจำที่ที่ทางวัดจัดไว้
คนไทย พระทรงพระไตรปิฎก
พระอาจารย์มหาไพโรจน์ ญาณกุสโล ธรรมาจริยะ วินัยปิฎกธร ปาฬิปารคู เป็นผู้กล่าวต้อนรับและแนะนำวัดจากแดง ด้วยภาษาพม่า พระอาจารย์มหาประนอม ธมฺมาลงฺกาโร ธรรมาจริยะ รองเจ้าอาวาสในขณะนั้น ก็กล่าวแนะนำพระผู้ทรงพระไตรปิฎกแต่ละรูป ทำให้ทราบประวัติความเป็นมา ของการทรงจำพระไตรปิฎก ยาวนานกว่า ๖๖ ปีแล้ว มีพระผู้ทรงพระไตรปิฎกทั้งหมด ๑๓ รูป มรณภาพไปแล้ว ๕ เหลือ ๘ รูป การสอบทรงจำพระไตรปิฎก จัดในเดือนธันวาคมของทุกปี โดยจะมีพระมาสมัครสอบกี่รูปก็ได้ สอบวันละ ๘ ชั่วโมง ให้พักได้ คือแต่ละชั่วโมงให้พัก ๑๕ นาที เปิดให้สาธารณชนเข้าฟังการสอบได้ โดยจะมาเชียร์ หรือมาดู มาสังเกตการณ์ได้ตามอัธยาศัย
เนื่องจากพระไตรปิฎกมีความยาวมาก คือ ประมาณ ๑๖,๐๐๐ หน้า ทำให้ไม่สามารถสอบได้เสร็จภายในปีเดียว พระผู้ทรงพระไตรปิฎกที่สามารถสอบได้เร็วที่สุด คือ หลวงพ่อมิงกวนสยาด่อ ชื่อเสียงกิตติคุณของท่านถูกบันทึกไว้ใน Guinness Book of Records ว่า เป็นผู้ที่มีความทรงจำอันเป็นเลิศที่สุดในโลก สอบผ่านได้ตำแหน่งติปิฏกธร (ติ-ปิ-ตะ-กะ-ธะ-ระ) ท่านเป็นผู้ที่ใช้เวลาน้อยที่สุดในการสอบ ๔ ปี นอกจากนั้น ก็จะมี ๖ ปีไปจน ๒๖ ปีกว่าจะสอบผ่านได้
ทำไมท่านจึงต้องการเป็นพระผู้ทรงพระไตรปิฎก ?
มีการถามปัญหา คำถามหนึ่งน่าสนใจมาก คือ ทำไมท่านจึงต้องการเป็นพระผู้ทรงพระไตรปิฎก รูปหนึ่งตอบว่า พระไตรปิฎกคือที่รวบรวมคำสอนของพระพุทธเจ้าพระในฐานะพุทธสาวกควร (ต้องช่วยกัน) ทรงจำคำสอนอยู่แล้ว สองท่านต้องการทดสอบปุพเพกตปุญญตา (บุญที่เคยทำไว้ในกาลก่อน) ของท่านว่า มีมากพอที่จะให้ท่านทำได้สำเร็จหรือไม่
คำตอบนี้ฟังแล้วชอบมาก เพราะรู้สึกเสมอว่า คนเราไม่ได้เกิดมาเพียงชาติเดียว เราต้องสั่งสมบางสิ่งบางอย่างติดตัวมา ถ้าไม่เคยมีความเพียรเช่นนี้มาก่อน ย่อมทำสิ่งยากยิ่งอย่างนี้ไม่ได้ อย่างแน่นอน การทรงจำหนังสือ ๑๖,๐๐๐ หน้า ไม่ใช่เรื่องที่มนุษย์ธรรมดาสามัญจะทำได้เลย ต้องมีความทรงจำที่ดีเยี่ยม มีความเพียรสูงสุด และมีปุพเพกตปุญญตานี่แหละจึงจะทำได้สำเร็จ
ท่านเล่าว่า มีพระบางรูปท่องได้ถึงปิฎกที่สามแล้ว แต่ไม่สามารถท่องให้จบหมดได้สูญเสียความสามารถในการทรงจำไปด้วยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็หมดโอกาสที่จะเป็นพระผู้ทรงพระไตรปิฎกไปเลย ข้อที่สาม ท่านบอกว่าในเมื่อทรงจำพระไตรปิฎกได้แล้ว ย่อมนำมาใช้ประโยชน์ได้ง่าย ได้สะดวกมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการเทศน์หรือการสอน พระผู้ทรงพระไตรปิฎกมีกิจต้องเทศน์ต้องสอนอยู่เสมอ แทบจะเรียกได้ว่า เป็นงานหลักที่ท่านทำทุกวัน
การท่องพระไตรปิฎกสัมพันธ์กับการปฏิบัติอย่างไร
อีกคำถามที่น่าสนใจ คือ การท่องพระไตรปิฎกสัมพันธ์กับการปฏิบัติอย่างไร พระผู้ทรงพระไตรปิฎกรูปหนึ่งตอบว่า การทรงจำพระวินัยได้หมด ทำให้สามารถดำรงรักษาศีลได้ อย่างไม่ผิดเพี้ยน การทรงจำพระสูตร ช่วยให้การปฏิบัติทางจิตภาวนาได้ดีและการทรงจำพระอภิธรรมปิฎก ช่วยให้เจริญวิปัสสนาได้ดี (เพราะรู้องค์ธรรมทั้งหมดอย่างละเอียด จนสามารถนำมาพิจารณาในการปฏิบัติ)
จะสร้างพระผู้ทรงพระไตรปิฎกให้เกิดขึ้นได้อีกอย่างไร ?
อีกคำถามหนึ่ง คือ ท่านคิดว่าจะสร้างพระผู้ทรงพระไตรปิฎกให้เกิดขึ้นได้อีกอย่างไร พระผู้ทรงพระไตรปิฎกรูปหนึ่งตอบว่า ท่านเองมีเทคนิคในการทรงจำของท่าน ซึ่งแต่ละรูปก็จะมีเทคนิคต่าง ๆ กัน เช่น การผูกแต่ละส่วนเป็นคำกลอน เพื่อจะได้ท่องง่ายขึ้น เป็นต้น และท่านก็ได้ถ่ายทอดเทคนิคการทรงจำพระไตรปิฎกให้กับลูกศิษย์ ๓๒๐ รูป มีประมาณยี่สิบรูปท่องได้ รูปหนึ่ง กำลังจะท่องจบสามปิฎก มีคำถามอื่นอีกที่จำได้ไม่ดีนัก เลยไม่กล้าเล่า กลัวจะเล่าผิด เอาเป็นว่า ท่านตอบคำถามได้ตามสมควร ตอนท้ายพิธีมีการสวดพระวินัยให้ญาติโยมฟังและแผ่เมตตา ตอนที่ท่านสวดพระวินัยนั้น ไพเราะมาก ผู้เขียนอธิษฐานในใจว่า จากการที่ข้าพเจ้า ได้มีส่วนร่วมในวาระอันศักดิ์สิทธิ์นี้ ขอความมีสิริมงคลจงเกิดแก่ข้าพเจ้า ท่องซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลังสวดจบ เป็นอันเสร็จพิธี จากนั้นท่านเจ้าอาวาสวัดจากแดง (ในขณะนั้น) พระครูธรรมธรสุมนต์ นนฺทิโก ได้ อนุญาตให้ญาติโยมบูชาสักการะและทำบุญกับพระผู้ทรงพระไตรปิฎกทั้ง ๗ รูป ตามอัธยาศัย
ความเห็นผู้เขียนบทความนี้
ผู้เขียนเห็นว่า ปล่อยให้ชาวเมียนม่าร์ทั้งหลายได้ฟังเทศน์ฟังธรรมภาษาของเขาให้ชื่นใจว่า แม้มาอยู่ต่างแดน ก็มีโอกาสได้พบพระผู้ทรงพระไตรปิฎก ส่วนผู้เขียนเองนั้นรู้สึกอิ่มใจ ชื่นใจ อย่างยากจะอธิบาย นึกว่านี่เป็นบุญของเราด้วยที่ได้มาอยู่ในสถานที่นั้น ได้มาเป็นประจักษ์พยานในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่บังเกิดมีขึ้นในพระพุทธศาสนาเท่านั้น ซึ่งยังไม่มีศาสนิกในศาสนาใดทำได้ ที่จะท่องพระไตรปิฎก ทั้ง ๓ ปิฎกได้สำเร็จ โดยไม่มีผิดเลยสักตัวเดียว นับเป็นบุญตา บุญใจ บุญหู บุญชีวิต และน่าจะเป็นปุพเพกตปุญญตาของเรา ที่ทำให้ได้มีโอกาสมาพบเจอ ประสบการณ์น่าประทับใจอย่างที่สุด อันจะดำรงคงอยู่ตลอดไปในความทรงจำ
ชาวพม่า พระผู้ทรงพระไตรปิฎก
สิ่งหนึ่งที่ได้จากการนี้ คือ มีความเชื่อมั่นในศักยภาพของมนุษย์มากขึ้นว่า หากประสงค์จะทำสิ่งใด ก็สามารถทำได้ หากตั้งใจจริง ไม่สำเร็จในชาตินี้ ก็จะสำเร็จได้ในอนาคตกาลข้างหน้า หากประสงค์พระนิพพาน ย่อมจะได้พระนิพพาน ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ทำได้ แม้จะยากเท่าใดก็ไม่ไกลเกินกว่าศักยภาพของมนุษย์ผู้ตั้งใจจริง
หมายเหตุ
พระผู้ทรงพระไตรปิฎกมีใครบ้าง มีประวัติความเป็นมาอย่างไร อ่านได้จาก หนังสือเล่มน้อย ชื่อ ติปิฏกธร แปลโดย พระมหาไพโรจน์ ญาณกุสโล ภายในหนังสือจะมีรูป เรื่องราวของ พระผู้ทรงพระไตรปิฎก แต่ละรูป พร้อมทั้งความเป็นมาและวิธีการสอบ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น